---
schema_version: "1"
id: 715cbccd1fc86ea1dec5d1f9de0220d33caa6d5a28ed6a3fb7ec1c314703517c
title: ฟังก์ชันการคำนวณตาราง
collection: tableau
version: next
locale: th-th
portal_url: https://docs.salesforce.com/tableau/next/th-th/public/desktop/functions_functions_tablecalculation.md
canonical_url: https://help.tableau.com/v0.0/public/desktop/th-th/functions_functions_tablecalculation.htm
source_site: help.tableau.com
content_type: documentation
content_hash: ed0b2ea62b17f8787c431dd8e137f5b7ec9271b5e2d5d19b4b924e2419c3e853
description: Reference for table calculation functions such as INDEX, LOOKUP, and FIRST.
---
[ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก](#main-content)

# ฟังก์ชันการคำนวณตาราง

บทความนี้จะอธิบายถึงฟังก์ชันการคำนวณตารางและการใช้งานใน Tableau นอกจากนี้ยังสาธิตวิธีในการสร้างการคำนวณตารางโดยใช้ตัวแก้ไขการคำนวณอีกด้วย

## เหตุใดจึงต้องใช้ฟังก์ชันการคำนวณตาราง

ฟังก์ชันการคำนวณตารางจะช่วยให้คุณสามารถคำนวณค่าในตารางได้

ตัวอย่างเช่น คุณสามารถคำนวณเปอร์เซ็นต์ของทั้งหมดสำหรับยอดขายแต่ละรายการสำหรับปีนั้นๆ หรือสำหรับหลายปีได้

## ฟังก์ชันการคำนวณตารางที่มีอยู่ใน Tableau

เหล่านี้เป็นฟังก์ชันการคำนวณตารางแบบเนทีฟที่สามารถใช้ได้ใน Tableau โดยไม่ต้องใช้ส่วนขยายการวิเคราะห์ภายนอก

### FIRST( )

* * *

ส่งกลับจำนวนแถวจากแถวปัจจุบันไปยังแถวแรกในพาร์ติชัน ตัวอย่างเช่น มุมมองด้านล่างแสดงยอดขายรายไตรมาส เมื่อคำนวณ FIRST() ภายในพาร์ติชันวันที่ ออฟเซ็ตแถวแรกจากแถวที่สองคือ -1

![การคำนวณตารางอันดับแรก](/tableau/next/th-th/public/desktop/th-th/Img/tablecalc_first.png)

#### ตัวอย่าง

เมื่อดัชนีแถวปัจจุบันเป็น 3 `FIRST() = -2`

### INDEX( )

* * *

ส่งกลับดัชนีของแถวปัจจุบันในพาร์ติชัน โดยไม่มีการจัดเรียงที่เกี่ยวข้องกับค่าใดๆ ดัชนีของแถวแรกเริ่มต้นที่ 1 ตัวอย่างเช่น ตารางด้านล่างแสดงยอดขายรายไตรมาส เมื่อคำนวณ INDEX() ภายในพาร์ติชันวันที่ ดัชนีของแต่ละแถวจะเป็น 1, 2, 3, 4..., ฯลฯ

![ดัชนีการคำนวณตาราง](/tableau/next/th-th/public/desktop/th-th/Img/tablecalc_index.png)

#### ตัวอย่าง

ในแถวที่สามของพาร์ติชัน `INDEX() = 3`

### LAST( )

* * *

ส่งกลับจำนวนแถวจากแถวปัจจุบันไปยังแถวสุดท้ายในพาร์ติชัน ตัวอย่างเช่น ตารางด้านล่างแสดงยอดขายรายไตรมาส เมื่อคำนวณ LAST() ภายในพาร์ติชันวันที่ ออฟเซ็ตแถวสุดท้ายจากแถวที่สองคือ 5

![การคำนวณตารางอันดับสุดท้าย](/tableau/next/th-th/public/desktop/th-th/Img/tablecalc_last.png)

#### ตัวอย่าง

เมื่อดัชนีแถวปัจจุบันเป็น 3 จาก 7 `LAST() = 4`

### LOOKUP(นิพจน์, \[ออฟเซ็ต\])

* * *

ส่งกลับค่าของนิพจน์ในแถวเป้าหมาย ซึ่งระบุเป็นออฟเซ็ตสัมพัทธ์จากแถวปัจจุบัน ใช้ FIRST() + n และ LAST() - n เป็นส่วนหนึ่งของการกำหนดออฟเซ็ต สำหรับเป้าหมายที่สัมพันธ์กับแถวแรก/แถวสุดท้ายในพาร์ติชัน หากละเว้น `offset` อาจมีการตั้งค่าแถวเปรียบเทียบไว้ในเมนูของฟิลด์ ฟังก์ชันนี้จะส่งกลับ NULL หากไม่สามารถกำหนดแถวเป้าหมายได้

มุมมองด้านล่างแสดงยอดขายรายไตรมาส เมื่อคำนวณ `LOOKUP (SUM(Sales), 2)` ภายในพาร์ติชันวันที่ แต่ละแถวจะแสดงค่ายอดขายจาก 2 ไตรมาสในอนาคต

![การค้นหาการคำนวณตาราง](/tableau/next/th-th/public/desktop/th-th/Img/tablecalc_lookup.png)

#### ตัวอย่าง

`LOOKUP(SUM([Profit]), FIRST()+2)` คำนวณ SUM(กำไร) ในแถวที่สามของพาร์ติชัน

### ฟังก์ชัน MODEL\_EXTENSION

ฟังก์ชันการขยายแบบจำลอง:

- MODEL\_EXTENSION\_BOOL
- MODEL\_EXTENSION\_INT
- MODEL\_EXTENSION\_REAL
- MODEL\_EXTENSION\_STRING

ใช้ในการส่งผ่านข้อมูลไปยังแบบจำลองที่ปรับใช้บนบริการภายนอก เช่น R, TabPy หรือ Matlab โปรดดู[ส่วนขยายการวิเคราะห์](https://help.tableau.com/current/pro/desktop/th-th/r_connection_manage.htm)

### MODEL\_PERCENTILE(นิพจน์\_เป้าหมาย, นิพจน์\_คาดการณ์)

* * *

แสดงผลความน่าจะเป็น (ระหว่าง 0 ถึง 1) ของค่าที่คาดหวังซึ่งน้อยกว่าหรือเท่ากับเครื่องหมายที่สังเกตได้ ซึ่งกำหนดโดยนิพจน์เป้าหมายและตัวคาดการณ์อื่นๆ นี่คือฟังก์ชันการแจกแจงแบบคาดการณ์ภายหลัง หรือที่เรียกว่าฟังก์ชันการกระจายสะสม (CDF)

ฟังก์ชันนี้เป็นการแปลงย้อนกลับของ MODEL\_QUANTILE หากต้องการข้อมูลเกี่ยวกับฟังก์ชันโมเดลเชิงคาดการณ์ โปรดดู[การทำงานของฟังก์ชันการสร้างแบบจำลองเชิงคาดการณ์ใน Tableau](https://help.tableau.com/v0.0/public/desktop/th-th/predictions_overview.htm)

#### ตัวอย่าง

สูตรต่อไปนี้ส่งกลับเป็นควอนไทล์ของเครื่องหมายสำหรับผลรวมของยอดขาย ซึ่งปรับแล้วสำหรับการนับคำสั่งซื้อ

`MODEL_PERCENTILE(SUM([Sales]), COUNT([Orders]))`

### MODEL\_QUANTILE(ควอนไทล์, นิพจน์\_เป้าหมาย, นิพจน์\_คาดการณ์)

* * *

แสดงผลค่าตัวเลขเป้าหมายภายในช่วงที่น่าจะเป็นซึ่งกำหนดโดยนิพจน์เป้าหมายและตัวคาดการณ์อื่นๆ ที่ควอนไทล์ที่ระบุ นี่คือควอนไทล์แบบคาดการณ์ภายหลัง

ฟังก์ชันนี้เป็นการแปลงย้อนกลับของ MODEL\_PERCENTILE หากต้องการข้อมูลเกี่ยวกับฟังก์ชันโมเดลเชิงคาดการณ์ โปรดดู[การทำงานของฟังก์ชันการสร้างแบบจำลองเชิงคาดการณ์ใน Tableau](https://help.tableau.com/v0.0/public/desktop/th-th/predictions_overview.htm)

#### ตัวอย่าง

สูตรต่อไปนี้ส่งกลับเป็นค่ามัธยฐาน (0.5) สำหรับผลรวมของยอดขายที่คาดการณ์ ซึ่งปรับแล้วสำหรับการนับคำสั่งซื้อ

`MODEL_QUANTILE(0.5, SUM([Sales]), COUNT([Orders]))`

### PREVIOUS\_VALUE(นิพจน์)

* * *

ส่งกลับค่าของการคำนวณนี้ในแถวก่อนหน้า ส่งกลับนิพจน์ที่กำหนดหากแถวปัจจุบันเป็นแถวแรกในพาร์ติชัน

#### ตัวอย่าง

`SUM([Profit]) * PREVIOUS_VALUE(1)` คำนวณ ผลิตภัณฑ์ที่เรียกใช้ของ SUM(กำไร)

### RANK(นิพจน์, \['asc' | 'desc'\])

* * *

ส่งกลับอันดับการแข่งขันมาตรฐานสำหรับแถวปัจจุบันในพาร์ติชัน ค่าที่เหมือนกันถูกกำหนดให้อยู่ในอันดับที่เหมือนกัน ใช้อากิวเมนต์เสริม `'asc' | 'desc'` เพื่อระบุลำดับจากน้อยไปมากหรือมากไปน้อย ค่าเริ่มต้นคือจากมากไปน้อย

ด้วยฟังก์ชันนี้ ชุดของค่า (6, 9, 9, 14) จะถูกจัดอันดับ (4, 2, 2, 1)

ระบบจะข้ามค่า Null ในฟังก์ชันการจัดอันดับ โดยจะไม่มีการนับหมายเลขและไม่นับรวมในจำนวนบันทึกทั้งหมดในการคำนวณอันดับเปอร์เซ็นต์ไทล์

หากต้องการข้อมูลเกี่ยวกับตัวเลือกการจัดอันดับต่างๆ โปรดดู[การคำนวณอันดับ](https://help.tableau.com/v0.0/public/desktop/th-th/calculations_tablecalculations_definebasic_runningtotal.htm#Rank)

#### ตัวอย่าง

รูปภาพต่อไปนี้แสดงผลของฟังก์ชันการจัดอันดับต่างๆ (RANK, RANK\_DENSE, RANK\_MODIFIED, RANK\_PERCENTILE, และ RANK\_UNIQUE) กับชุดค่า ชุดข้อมูลมีข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียน 14 คน (นักเรียน A จนถึงนักเรียน N) คอลัมน์อายุแสดงอายุปัจจุบันของนักเรียนแต่ละคน (นักเรียนทั้งหมดมีอายุ 17 ถึง 20 ปี) คอลัมน์ที่เหลือแสดงผลของฟังก์ชันจันอันดับแต่ละแบบกับชุดค่าอายุ โดยสันนิษฐานลำดับตามค่าเริ่มต้น (น้อยไปมากหรือมากไปน้อย) ของฟังก์ชันเสมอ

![ตารางเปรียบเทียบอันดับอายุนักเรียนโดยใช้วิธีจัดอันดับที่แตกต่างกัน](/tableau/next/th-th/public/desktop/th-th/Img/rank_compare.png)

### RANK\_DENSE(นิพจน์, \['asc' | 'desc'\])

* * *

แสดงอันดับที่หนาแน่นสำหรับแถวปัจจุบันในพาร์ติชัน ค่าที่เหมือนกันถูกกำหนดให้อยู่ในลำดับที่เหมือนกัน แต่ไม่มีช่องว่างใดถูกแทรกลงในลำดับตัวเลข ใช้อากิวเมนต์เสริม `'asc' | 'desc'` เพื่อระบุลำดับจากน้อยไปมากหรือมากไปน้อย ค่าเริ่มต้นคือจากมากไปน้อย

ด้วยฟังก์ชันนี้ ชุดของค่า (6, 9, 9, 14) จะถูกจัดอันดับ (3, 2, 2, 1)

ระบบจะข้ามค่า Null ในฟังก์ชันการจัดอันดับ โดยจะไม่มีการนับหมายเลขและไม่นับรวมในจำนวนบันทึกทั้งหมดในการคำนวณอันดับเปอร์เซ็นต์ไทล์

หากต้องการข้อมูลเกี่ยวกับตัวเลือกการจัดอันดับต่างๆ โปรดดู[การคำนวณอันดับ](https://help.tableau.com/v0.0/public/desktop/th-th/calculations_tablecalculations_definebasic_runningtotal.htm#Rank)

### RANK\_MODIFIED(นิพจน์, \['asc' | 'desc'\])

* * *

แสดงอันดับการแข่งขันที่แก้ไขสำหรับแถวปัจจุบันในพาร์ติชัน ค่าที่เหมือนกันถูกกำหนดให้อยู่ในอันดับที่เหมือนกัน ใช้อากิวเมนต์เสริม `'asc' | 'desc'` เพื่อระบุลำดับจากน้อยไปมากหรือมากไปน้อย ค่าเริ่มต้นคือจากมากไปน้อย

ด้วยฟังก์ชันนี้ ชุดของค่า (6, 9, 9, 14) จะถูกจัดอันดับ (4, 3, 3, 1)

ระบบจะข้ามค่า Null ในฟังก์ชันการจัดอันดับ โดยจะไม่มีการนับหมายเลขและไม่นับรวมในจำนวนบันทึกทั้งหมดในการคำนวณอันดับเปอร์เซ็นต์ไทล์

หากต้องการข้อมูลเกี่ยวกับตัวเลือกการจัดอันดับต่างๆ โปรดดู[การคำนวณอันดับ](https://help.tableau.com/v0.0/public/desktop/th-th/calculations_tablecalculations_definebasic_runningtotal.htm#Rank)

### RANK\_PERCENTILE(นิพจน์, \['asc' | 'desc'\])

* * *

แสดงอันดับเปอร์เซ็นต์ไทล์สำหรับแถวปัจจุบันในพาร์ติชัน ใช้อากิวเมนต์เสริม `'asc' | 'desc'` เพื่อระบุลำดับจากน้อยไปมากหรือมากไปน้อย ค่าเริ่มต้นคือจากน้อยไปมาก

ด้วยฟังก์ชันนี้ ชุดของค่า (6, 9, 9, 14) จะถูกจัดอันดับ (0.00, 0.67, 0.67, 1.00)

ระบบจะข้ามค่า Null ในฟังก์ชันการจัดอันดับ โดยจะไม่มีการนับหมายเลขและไม่นับรวมในจำนวนบันทึกทั้งหมดในการคำนวณอันดับเปอร์เซ็นต์ไทล์

หากต้องการข้อมูลเกี่ยวกับตัวเลือกการจัดอันดับต่างๆ โปรดดู[การคำนวณอันดับ](https://help.tableau.com/v0.0/public/desktop/th-th/calculations_tablecalculations_definebasic_runningtotal.htm#Rank)

### RANK\_UNIQUE(นิพจน์, \['asc' | 'desc'\])

* * *

ส่งกลับอันดับที่ไม่ซ้ำกันสำหรับแถวปัจจุบันในพาร์ติชัน ค่าที่เหมือนกันถูกมอบหมายอันดับที่แตกต่างกัน ใช้อากิวเมนต์เสริม `'asc' | 'desc'` เพื่อระบุลำดับจากน้อยไปมากหรือมากไปน้อย ค่าเริ่มต้นคือจากมากไปน้อย

ด้วยฟังก์ชันนี้ ชุดของค่า (6, 9, 9, 14) จะถูกจัดอันดับ (4, 2, 3, 1)

ระบบจะข้ามค่า Null ในฟังก์ชันการจัดอันดับ โดยจะไม่มีการนับหมายเลขและไม่นับรวมในจำนวนบันทึกทั้งหมดในการคำนวณอันดับเปอร์เซ็นต์ไทล์

หากต้องการข้อมูลเกี่ยวกับตัวเลือกการจัดอันดับต่างๆ โปรดดู[การคำนวณอันดับ](https://help.tableau.com/v0.0/public/desktop/th-th/calculations_tablecalculations_definebasic_runningtotal.htm#Rank)

### RUNNING\_AVG(นิพจน์)

* * *

แสดงค่าเฉลี่ยสะสมของนิพจน์ที่กำหนด จากแถวแรกในพาร์ติชันไปยังแถวปัจจุบัน

มุมมองด้านล่างแสดงยอดขายรายไตรมาส เมื่อมีการคำนวณ `RUNNING_AVG(SUM([Sales])` ภายในพาร์ติชันวันที่ ผลลัพธ์จะเป็นค่าเฉลี่ยสะสมของมูลค่าการขายในแต่ละไตรมาส

![ตารางการคำนวณแบบค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่](/tableau/next/th-th/public/desktop/th-th/Img/tablecalc_runningavg.png)

#### ตัวอย่าง

`RUNNING_AVG(SUM([Profit]))` จะคำนวณค่าเฉลี่ยสะสมของ SUM(กำไร)

### RUNNING\_COUNT(นิพจน์)

* * *

ส่งกลับจำนวนสะสมของนิพจน์ที่กำหนด จากแถวแรกในพาร์ติชันไปยังแถวปัจจุบัน

#### ตัวอย่าง

`RUNNING_COUNT(SUM([Profit]))` จะคำนวณจำนวนสะสมของ SUM(กำไร)

### RUNNING\_MAX(นิพจน์)

* * *

ส่งกลับค่าสูงสุดสะสมของนิพจน์ที่กำหนด จากแถวแรกในพาร์ติชันไปยังแถวปัจจุบัน

![ตารางการคำนวณพร้อมค่าสูงสุดคงที่](/tableau/next/th-th/public/desktop/th-th/Img/tablecalc_runningmax.png)

#### ตัวอย่าง

`RUNNING_MAX(SUM([Profit]))` จะคำนวณค่าสูงสุดสะสมของ SUM(กำไร)

### RUNNING\_MIN(นิพจน์)

* * *

ส่งกลับค่าขั้นต่ำสะสมของนิพจน์ที่กำหนด จากแถวแรกในพาร์ติชันไปยังแถวปัจจุบัน

![ตารางการคำนวณพร้อมค่าต่ำสุด](/tableau/next/th-th/public/desktop/th-th/Img/tablecalc_runningmin.png)

#### ตัวอย่าง

`RUNNING_MIN(SUM([Profit]))` จะคำนวณค่าขั้นต่ำสะสมของ SUM(กำไร)

### RUNNING\_SUM(นิพจน์)

* * *

แสดงผลรวมสะสมของนิพจน์ที่กำหนด จากแถวแรกในพาร์ติชันไปยังแถวปัจจุบัน

![ตารางการคำนวณพร้อมผลรวมคงค้าง](/tableau/next/th-th/public/desktop/th-th/Img/tablecalc_runningsum.png)

#### ตัวอย่าง

`RUNNING_SUM(SUM([Profit]))` จะคำนวณผลรวมสะสมของ SUM(กำไร)

### SIZE()

* * *

ส่งกลับจำนวนแถวในพาร์ติชัน ตัวอย่างเช่น มุมมองด้านล่างแสดงยอดขายรายไตรมาส ภายในพาร์ติชันวันที่ มีเจ็ดแถว ดังนั้น Size() ของพาร์ติชันวันที่คือ 7

![ขนาดการคำนวณตาราง](/tableau/next/th-th/public/desktop/th-th/Img/tablecalc_size.png)

#### ตัวอย่าง

`SIZE() = 5` เมื่อพาร์ติชันปัจจุบันมีห้าแถว

### SCRIPT\_ functions

ฟังก์ชันสคริปต์:

- SCRIPT\_BOOL
- SCRIPT\_INT
- SCRIPT\_REAL
- SCRIPT\_STRING

ใช้ในการส่งผ่านข้อมูลไปยังบริการภายนอก เช่น R, TabPy หรือ Matlab โปรดดู[ส่วนขยายการวิเคราะห์](https://help.tableau.com/current/pro/desktop/th-th/r_connection_manage.htm)

### TOTAL(นิพจน์)

* * *

ส่งกลับผลรวมของนิพจน์ที่กำหนดในพาร์ติชันการคำนวณตาราง

#### ตัวอย่าง

สมมติว่าคุณกำลังเริ่มต้นด้วยมุมมองนี้:

![ยอดรวมการคำนวณตาราง](/tableau/next/th-th/public/desktop/th-th/Img/tablecalc_total.png)

ให้คุณเปิดตัวแก้ไขการคำนวณและสร้างฟิลด์ใหม่ที่คุณตั้งชื่อว่า Totality:

![ตารางคำนวณยอดรวมยอดขาย](/tableau/next/th-th/public/desktop/th-th/Img/tablecalc_total2.png)

จากนั้น ให้คุณวาง Totality บน Text เพื่อแทนที่ SUM(ยอดขาย) มุมมองของคุณจะเปลี่ยนแปลงเพื่อรวมค่าตามค่าเริ่มต้นของ คำนวณโดยใช้:

![เพิ่มตารางการคำนวณลงในตัวอย่าง](/tableau/next/th-th/public/desktop/th-th/Img/tablecalc_total3.png)

ซึ่งจะทำให้เกิดคำถามว่า ค่าเริ่มต้นของ คำนวณโดยใช้ คืออะไร หากคุณคลิกขวาที่ (กด Control แล้วคลิกบน Mac) Totality ในแผงข้อมูล และเลือก แก้ไข ตอนนี้จะมีข้อมูลเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย:

![ตารางคำนวณยอดรวมยอดขาย](/tableau/next/th-th/public/desktop/th-th/Img/tablecalc_total4.png)

ค่าเริ่มต้นของ คำนวณโดยใช้ จะเป็น ตาราง (แนวขวาง) ผลลัพธ์คือ Totality จะรวมค่าในแนวขวางแต่ละแถวของตารางของคุณ ดังนั้น ค่าที่คุณเห็นในแนวขวางแต่ละแถวคือผลรวมของค่าจากเวอร์ชันเดิมของตาราง

ค่าในแถว 2011/Q1 ในตารางเดิมคือ $8601, $6579, $44262 และ $15006 ค่าในตารางหลังจาก Totality จะแทนที่ SUM(ยอดขาย) คือทั้งหมด $74,448 ซึ่งเป็นผลรวมของค่าเดิมสี่ค่า

สังเกตสามเหลี่ยมที่อยู่ถัดจาก Totality หลังจากที่คุณวางลงบน Text:

![เพิ่มการคำนวณตารางลงในการแสดงเป็นภาพและแสดงบนการ์ดเครื่องหมาย](/tableau/next/th-th/public/desktop/th-th/Img/tablecalc_total5.png)

ซึ่งระบุว่าฟิลด์นี้กำลังใช้การคำนวณตาราง คุณสามารถคลิกขวาที่ฟิลด์และเลือก แก้ไขการคำนวณตาราง เพื่อเปลี่ยนเส้นทางฟังก์ชันของคุณไปยังค่าอื่นของ คำนวณโดยใช้ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถตั้งค่าเป็น ตาราง (ลง)ได้ ในกรณีนี้ ตารางของคุณจะมีลักษณะดังนี้:

![เพิ่มการคำนวณตารางลงในการแสดงเป็นภาพและแสดงบนการ์ดเครื่องหมาย](/tableau/next/th-th/public/desktop/th-th/Img/tablecalc_total6.png)

### TOTAL(นิพจน์)

* * *

ส่งกลับผลรวมของนิพจน์ที่กำหนดในพาร์ติชันการคำนวณตาราง

#### ตัวอย่าง

สมมติว่าคุณกำลังเริ่มต้นด้วยมุมมองนี้:

![ยอดรวมการคำนวณตาราง](/tableau/next/th-th/public/desktop/th-th/Img/tablecalc_total.png)

ให้คุณเปิดตัวแก้ไขการคำนวณและสร้างฟิลด์ใหม่ที่คุณตั้งชื่อว่า Totality:

![ตารางคำนวณยอดรวมยอดขาย](/tableau/next/th-th/public/desktop/th-th/Img/tablecalc_total2.png)

จากนั้น ให้คุณวาง Totality บน Text เพื่อแทนที่ SUM(ยอดขาย) มุมมองของคุณจะเปลี่ยนแปลงเพื่อรวมค่าตามค่าเริ่มต้นของ คำนวณโดยใช้:

![เพิ่มตารางการคำนวณลงในตัวอย่าง](/tableau/next/th-th/public/desktop/th-th/Img/tablecalc_total3.png)

ซึ่งจะทำให้เกิดคำถามว่า ค่าเริ่มต้นของ คำนวณโดยใช้ คืออะไร หากคุณคลิกขวาที่ (กด Control แล้วคลิกบน Mac) Totality ในแผงข้อมูล และเลือก แก้ไข ตอนนี้จะมีข้อมูลเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย:

![ตารางคำนวณยอดรวมยอดขาย](/tableau/next/th-th/public/desktop/th-th/Img/tablecalc_total4.png)

ค่าเริ่มต้นของ คำนวณโดยใช้ จะเป็น ตาราง (แนวขวาง) ผลลัพธ์คือ Totality จะรวมค่าในแนวขวางแต่ละแถวของตารางของคุณ ดังนั้น ค่าที่คุณเห็นในแนวขวางแต่ละแถวคือผลรวมของค่าจากเวอร์ชันเดิมของตาราง

ค่าในแถว 2011/Q1 ในตารางเดิมคือ $8601, $6579, $44262 และ $15006 ค่าในตารางหลังจาก Totality จะแทนที่ SUM(ยอดขาย) คือทั้งหมด $74,448 ซึ่งเป็นผลรวมของค่าเดิมสี่ค่า

สังเกตสามเหลี่ยมที่อยู่ถัดจาก Totality หลังจากที่คุณวางลงบน Text:

![เพิ่มการคำนวณตารางลงในการแสดงเป็นภาพและแสดงบนการ์ดเครื่องหมาย](/tableau/next/th-th/public/desktop/th-th/Img/tablecalc_total5.png)

ซึ่งระบุว่าฟิลด์นี้กำลังใช้การคำนวณตาราง คุณสามารถคลิกขวาที่ฟิลด์และเลือก แก้ไขการคำนวณตาราง เพื่อเปลี่ยนเส้นทางฟังก์ชันของคุณไปยังค่าอื่นของ คำนวณโดยใช้ ตัวอย่างเช่น คุณสามารถตั้งค่าเป็น ตาราง (ลง)ได้ ในกรณีนี้ ตารางของคุณจะมีลักษณะดังนี้:

![เพิ่มการคำนวณตารางลงในการแสดงเป็นภาพและแสดงบนการ์ดเครื่องหมาย](/tableau/next/th-th/public/desktop/th-th/Img/tablecalc_total6.png)

### WINDOW\_AVG(นิพจน์, \[เริ่มต้น, สิ้นสุด\])

* * *

ส่งกลับค่าเฉลี่ยของนิพจน์ภายในหน้าต่าง หน้าต่างถูกกำหนดให้เป็นออฟเซ็ตจากแถวปัจจุบัน ใช้ FIRST()+n และ LAST()-n สำหรับออฟเซ็ตจากแถวแรกหรือแถวสุดท้ายในพาร์ติชัน หากละเว้นการเริ่มต้นและสิ้นสุด ระบบจะใช้พาร์ติชันทั้งหมด

มีฟังก์ชันการรวมที่เทียบเท่า: AVG ดู [ฟังก์ชัน Tableau (เรียงตามตัวอักษร)](https://help.tableau.com/v0.0/public/desktop/th-th/functions_all_alphabetical.htm)

#### ตัวอย่าง

สูตรต่อไปนี้จะส่งกลับค่าเฉลี่ยหน้าต่างของ **SUM(กำไร)** จากสองแถวก่อนหน้าถึงแถวปัจจุบัน

`WINDOW_AVG(SUM[Profit]), -2, 0)`

### WINDOW\_CORR(นิพจน์1, นิพจน์2, \[เริ่มต้น, สิ้นสุด\])

* * *

ส่งกลับค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของ Pearson ของนิพจน์สองรายการภายในหน้าต่าง หน้าต่างถูกกำหนดให้เป็นออฟเซ็ตจากแถวปัจจุบัน ใช้ FIRST()+n และ LAST()-n สำหรับออฟเซ็ตจากแถวแรกหรือแถวสุดท้ายในพาร์ติชัน หากละเว้นการเริ่มต้นและสิ้นสุด ระบบจะใช้พาร์ติชันทั้งหมด

สหสัมพันธ์ของ Pearson วัดความสัมพันธ์เชิงเส้นระหว่างสองตัวแปร ผลลัพธ์อยู่ในช่วงตั้งแต่ -1 ถึง +1 โดยรวม ซึ่ง 1 บ่งบอกถึงความสัมพันธ์เชิงเส้นทางบวกอย่างแน่นอน เมื่อการเปลี่ยนแปลงทางบวกในหนึ่งตัวแปรส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางบวกในปริมาณที่สอดคล้องกันของอีกตัวแปร 0 บ่งบอกว่าไม่มีความสัมพันธ์เชิงเส้นระหว่างตัวแปร และ −1 คือความสัมพันธ์ทางลบอย่างแน่นอน

มีฟังก์ชันการรวมที่เทียบเท่า: CORR ดู [ฟังก์ชัน Tableau (เรียงตามตัวอักษร)](https://help.tableau.com/v0.0/public/desktop/th-th/functions_all_alphabetical.htm)

#### ตัวอย่าง

สูตรต่อไปนี้จะส่งกลับค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของ Pearson ของ SUM(กำไร) และ SUM(ยอดขาย) จากห้าแถวก่อนหน้าถึงแถวปัจจุบัน

`WINDOW_CORR(SUM[Profit]), SUM([Sales]), -5, 0)`

### WINDOW\_COUNT(นิพจน์, \[เริ่มต้น, สิ้นสุด\])

* * *

ส่งกลับจำนวนของนิพจน์ภายในหน้าต่าง หน้าต่างถูกกำหนดโดยใช้ออฟเซ็ตจากแถวปัจจุบัน ใช้ FIRST()+n และ LAST()-n สำหรับออฟเซ็ตจากแถวแรกหรือแถวสุดท้ายในพาร์ติชัน หากละเว้นจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด ระบบจะใช้พาร์ติชันทั้งหมด

#### ตัวอย่าง

`WINDOW_COUNT(SUM([Profit]), FIRST()+1, 0)` จะคำนวณจำนวนของ SUM(กำไร) จากแถวที่สองถึงแถวปัจจุบัน

### WINDOW\_COVAR(นิพจน์1, นิพจน์2, \[เริ่มต้น, สิ้นสุด\])

* * *

ส่งกลับ_ค่าความแปรปรวนร่วมเกี่ยวตัวอย่าง_ของนิพจน์สองรายการภายในหน้าต่าง หน้าต่างถูกกำหนดให้เป็นออฟเซ็ตจากแถวปัจจุบัน ใช้ FIRST()+n และ LAST()-n สำหรับออฟเซ็ตจากแถวแรกหรือแถวสุดท้ายในพาร์ติชัน หากละเว้นอาร์กิวเมนต์เริ่มต้นและสิ้นสุด หน้าต่างจะเป็นพาร์ติชันทั้งหมด

ความแปรปรวนร่วมเกี่ยวตัวอย่างจะใช้จำนวนของจุดข้อมูลที่ไม่ใช่ค่า null คือ n - 1 เพื่อทำให้การคำนวณความแปรปรวนร่วมเกี่ยวเป็นมาตรฐาน แทนที่จะเป็น n ซึ่งใช้โดยความแปรปรวนร่วมเกี่ยวของประชากร (ด้วยฟังก์ชัน WINDOW\_COVARP) ค่าความแปรปรวนร่วมเกี่ยวตัวอย่างเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมเมื่อข้อมูลเป็นตัวอย่างสุ่มที่ใช้เพื่อประมาณการค่าความแปรปรวนร่วมเกี่ยวของประชากรขนาดใหญ่

มีฟังก์ชันการรวมที่เทียบเท่า: COVAR ดู [ฟังก์ชัน Tableau (เรียงตามตัวอักษร)](https://help.tableau.com/v0.0/public/desktop/th-th/functions_all_alphabetical.htm)

#### ตัวอย่าง

สูตรต่อไปนี้จะส่งกลับค่าความแปรปรวนร่วมเกี่ยวตัวอย่างของ SUM(กำไร) และ SUM(ยอดขาย) จากสองแถวก่อนหน้าถึงแถวปัจจุบัน

`WINDOW_COVAR(SUM([Profit]), SUM([Sales]), -2, 0)`

### WINDOW\_COVARP(นิพจน์1, นิพจน์2, \[เริ่มต้น, สิ้นสุด\])

* * *

ส่งกลับ_ค่าความแปรปรวนร่วมเกี่ยวของประชากร_ของนิพจน์สองรายการภายในหน้าต่าง หน้าต่างถูกกำหนดให้เป็นออฟเซ็ตจากแถวปัจจุบัน ใช้ FIRST()+n และ LAST()-n สำหรับออฟเซ็ตจากแถวแรกหรือแถวสุดท้ายในพาร์ติชัน หากละเว้นการเริ่มต้นและสิ้นสุด ระบบจะใช้พาร์ติชันทั้งหมด

ค่าความแปรปรวนร่วมเกี่ยวประชากรเป็นค่าความแปรปรวนร่วมเกี่ยวตัวอย่างคูณด้วย (n-1)/n ซึ่งเป็นจำนวนรวมของจุดข้อมูลที่ไม่ใช่ค่า Null ความแปรปรวนร่วมเกี่ยวของประชากรเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมเมื่อมีข้อมูลสำหรับรายการที่สนใจทั้งหมด ตรงข้ามกับเมื่อมีเพียงชุดย่อยแบบสุ่มของรายการ ซึ่งในกรณีนี้ความแปรปรวนร่วมเกี่ยวตัวอย่าง (ด้วยฟังก์ชัน WINDOW\_COVAR) จะมีความเหมาะสม

มีฟังก์ชันการรวมที่เทียบเท่า: COVARP [ฟังก์ชัน Tableau (เรียงตามตัวอักษร)](https://help.tableau.com/v0.0/public/desktop/th-th/functions_all_alphabetical.htm)

#### ตัวอย่าง

สูตรต่อไปนี้จะส่งกลับค่าความแปรปรวนร่วมเกี่ยวของประชากรของ SUM(กำไร) และ SUM(ยอดขาย) จากสองแถวก่อนหน้าถึงแถวปัจจุบัน

`WINDOW_COVARP(SUM([Profit]), SUM([Sales]), -2, 0)`

### WINDOW\_MEDIAN(นิพจน์, \[เริ่มต้น, สิ้นสุด\])

* * *

ส่งกลับค่ามัธยฐานของนิพจน์ภายในหน้าต่าง หน้าต่างถูกกำหนดโดยใช้ออฟเซ็ตจากแถวปัจจุบัน ใช้ FIRST()+n และ LAST()-n สำหรับออฟเซ็ตจากแถวแรกหรือแถวสุดท้ายในพาร์ติชัน หากละเว้นจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด ระบบจะใช้พาร์ติชันทั้งหมด

ตัวอย่างเช่น มุมมองด้านล่างจะแสดงกำไรรายไตรมาส ค่ามัธยฐานของหน้าต่างภายในพาร์ติชันวันที่จะส่งกลับกำไรมัธยฐานของวันที่ทั้งหมด

![การคำนวณตารางด้วยตัวดำเนินการค่ามัธยฐานของหน้าต่าง](/tableau/next/th-th/public/desktop/th-th/Img/tablecalc_windowmedian.png)

#### ตัวอย่าง

`WINDOW_MEDIAN(SUM([Profit]), FIRST()+1, 0)` จะคำนวณค่ามัธยฐานของ SUM(กำไร) จากแถวที่สองถึงแถวปัจจุบัน

### WINDOW\_MAX(นิพจน์, \[เริ่มต้น, สิ้นสุด\])

* * *

ส่งกลับค่าสูงสุดของนิพจน์ภายในหน้าต่าง หน้าต่างถูกกำหนดโดยใช้ออฟเซ็ตจากแถวปัจจุบัน ใช้ FIRST()+n และ LAST()-n สำหรับออฟเซ็ตจากแถวแรกหรือแถวสุดท้ายในพาร์ติชัน หากละเว้นจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด ระบบจะใช้พาร์ติชันทั้งหมด

ตัวอย่างเช่น มุมมองด้านล่างแสดงยอดขายรายไตรมาส ค่าสูงสุดของหน้าต่างภายในพาร์ติชันวันที่จะส่งกลับยอดขายสูงสุดของวันที่ทั้งหมด

![การคำนวณตารางด้วยตัวดำเนินการค่าสูงสุดของหน้าต่าง](/tableau/next/th-th/public/desktop/th-th/Img/tablecalc_windowmax.png)

#### ตัวอย่าง

`WINDOW_MAX(SUM([Profit]), FIRST()+1, 0)` จะคำนวณค่าสูงสุดของ SUM(กำไร) จากแถวที่สองถึงแถวปัจจุบัน

### WINDOW\_MIN(นิพจน์, \[เริ่มต้น, สิ้นสุด\])

* * *

ส่งกลับค่าขั้นต่ำของนิพจน์ภายในหน้าต่าง หน้าต่างถูกกำหนดโดยใช้ออฟเซ็ตจากแถวปัจจุบัน ใช้ FIRST()+n และ LAST()-n สำหรับออฟเซ็ตจากแถวแรกหรือแถวสุดท้ายในพาร์ติชัน หากละเว้นจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด ระบบจะใช้พาร์ติชันทั้งหมด

ตัวอย่างเช่น มุมมองด้านล่างแสดงยอดขายรายไตรมาส ค่าต่ำสุดของหน้าต่างภายในพาร์ติชันวันที่จะส่งกลับยอดขายต่ำสุดของวันที่ทั้งหมด

![การคำนวณตารางด้วยตัวดำเนินการขั้นต่ำของหน้าต่าง](/tableau/next/th-th/public/desktop/th-th/Img/tablecalc_windowmin.png)

#### ตัวอย่าง

`WINDOW_MIN(SUM([Profit]), FIRST()+1, 0)` จะคำนวณค่าต่ำสุดของ SUM(กำไร) จากแถวที่สองถึงแถวปัจจุบัน

### WINDOW\_PERCENTILE(นิพจน์, หมายเลข, \[เริ่มต้น, สิ้นสุด\])

* * *

ส่งกลับค่าที่ตรงกันกับเปอร์เซ็นไทล์ที่ระบุภายในหน้าต่าง หน้าต่างถูกกำหนดโดยใช้ออฟเซ็ตจากแถวปัจจุบัน ใช้ FIRST()+n และ LAST()-n สำหรับออฟเซ็ตจากแถวแรกหรือแถวสุดท้ายในพาร์ติชัน หากละเว้นจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด ระบบจะใช้พาร์ติชันทั้งหมด

#### ตัวอย่าง

`WINDOW_PERCENTILE(SUM([Profit]), 0.75, -2, 0)` จะส่งกลับค่าเปอร์เซ็นต์ไทล์ที่ 75 ของ SUM(กำไร) จากสองแถวก่อนหน้าถึงแถวปัจจุบัน

### WINDOW\_STDEV(นิพจน์, \[เริ่มต้น, สิ้นสุด\])

* * *

ส่งกลับค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานตัวอย่างของนิพจน์ภายในหน้าต่าง หน้าต่างถูกกำหนดโดยใช้ออฟเซ็ตจากแถวปัจจุบัน ใช้ FIRST()+n และ LAST()-n สำหรับออฟเซ็ตจากแถวแรกหรือแถวสุดท้ายในพาร์ติชัน หากละเว้นจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด ระบบจะใช้พาร์ติชันทั้งหมด

#### ตัวอย่าง

`WINDOW_STDEV(SUM([Profit]), FIRST()+1, 0)` จะคำนวณค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของ SUM(กำไร) จากแถวที่สองถึงแถวปัจจุบัน

### WINDOW\_STDEVP(นิพจน์, \[เริ่มต้น, สิ้นสุด\])

* * *

ส่งกลับค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานที่ได้รับการชดเชยของนิพจน์ภายในหน้าต่าง หน้าต่างถูกกำหนดโดยใช้ออฟเซ็ตจากแถวปัจจุบัน ใช้ FIRST()+n และ LAST()-n สำหรับออฟเซ็ตจากแถวแรกหรือแถวสุดท้ายในพาร์ติชัน หากละเว้นจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด ระบบจะใช้พาร์ติชันทั้งหมด

#### ตัวอย่าง

`WINDOW_STDEVP(SUM([Profit]), FIRST()+1, 0)` จะคำนวณค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานของ SUM(กำไร) จากแถวที่สองถึงแถวปัจจุบัน

### WINDOW\_SUM(นิพจน์, \[เริ่มต้น, สิ้นสุด\])

* * *

ส่งกลับผลรวมของนิพจน์ภายในหน้าต่าง หน้าต่างถูกกำหนดโดยใช้ออฟเซ็ตจากแถวปัจจุบัน ใช้ FIRST()+n และ LAST()-n สำหรับออฟเซ็ตจากแถวแรกหรือแถวสุดท้ายในพาร์ติชัน หากละเว้นจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด ระบบจะใช้พาร์ติชันทั้งหมด

ตัวอย่างเช่น มุมมองด้านล่างแสดงยอดขายรายไตรมาส ผลรวมของหน้าต่างที่คำนวณได้ภายในพาร์ติชันวันที่จะส่งกลับผลรวมของยอดขายของทุกไตรมาส

![การคำนวณตารางด้วยตัวดำเนินการผลรวมของหน้าต่าง](/tableau/next/th-th/public/desktop/th-th/Img/tablecalc_windowsum.png)

#### ตัวอย่าง

`WINDOW_SUM(SUM([Profit]), FIRST()+1, 0)` จะคำนวณผลรวมของ SUM(กำไร) จากแถวที่สองถึงแถวปัจจุบัน

### WINDOW\_VAR(นิพจน์, \[เริ่มต้น, สิ้นสุด\])

* * *

ส่งกลับค่าความแปรปรวนตัวอย่างสำหรับนิพจน์ภายในหน้าต่าง หน้าต่างถูกกำหนดโดยใช้ออฟเซ็ตจากแถวปัจจุบัน ใช้ FIRST()+n และ LAST()-n สำหรับออฟเซ็ตจากแถวแรกหรือแถวสุดท้ายในพาร์ติชัน หากละเว้นจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด ระบบจะใช้พาร์ติชันทั้งหมด

#### ตัวอย่าง

`WINDOW_VAR((SUM([Profit])), FIRST()+1, 0)` จะคำนวณค่าความแปรปรวนของ SUM(กำไร) จากแถวที่สองถึงแถวปัจจุบัน

### WINDOW\_VARP(นิพจน์, \[เริ่มต้น, สิ้นสุด\])

* * *

ส่งกลับค่าความแปรปรวนที่ได้รับการชดเชยสำหรับนิพจน์ภายในหน้าต่าง หน้าต่างถูกกำหนดโดยใช้ออฟเซ็ตจากแถวปัจจุบัน ใช้ FIRST()+n และ LAST()-n สำหรับออฟเซ็ตจากแถวแรกหรือแถวสุดท้ายในพาร์ติชัน หากละเว้นจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด ระบบจะใช้พาร์ติชันทั้งหมด

#### ตัวอย่าง

`WINDOW_VARP(SUM([Profit]), FIRST()+1, 0)` จะคำนวณค่าความแปรปรวนของ SUM(กำไร) จากแถวที่สองถึงแถวปัจจุบัน

## ฟังก์ชันการคำนวณตารางส่วนขยายการวิเคราะห์ที่พร้อมใช้งานใน Tableau

ส่วนขยายการวิเคราะห์เป็นการเชื่อมต่อระหว่าง Tableau และบริการภายนอก เช่น TabPy สำหรับ Python, Matlab และ R หากต้องการใช้ส่วนขยายการวิเคราะห์ในการวิเคราะห์ ก่อนอื่นคุณต้อง[กำหนดค่าการเชื่อมต่อ](https://help.tableau.com/current/pro/desktop/th-th/r_connection_manage.htm)ระหว่าง Tableau และบริการภายนอก เช่น เซิร์ฟเวอร์ TabPy จากนั้นคุณสามารถใช้สคริปต์ภายในการคำนวณตารางเฉพาะได้ (MODEL\_EXTENSION\_ เพื่อใช้แบบจำลองที่มีชื่อที่เผยแพร่หรือ SCRIPT\_ เพื่อส่งนิพจน์ไปยังบริการภายนอก ข้อมูลในการแสดงเป็นภาพ (“ตาราง” ของการคำนวณตาราง) จะส่งไปยังเซิร์ฟเวอร์ภายนอกอย่างปลอดภัย สคริปต์จะทำงาน และผลลัพธ์จะส่งกลับมาเป็นเอาต์พุตของการคำนวณ

## ฟังก์ชันการขยายแบบจำลอง

สำหรับใช้กับแบบจำลองที่มีชื่อที่ปรับใช้บนบริการภายนอก TabPy

### MODEL\_EXTENSION\_BOOL (ชื่อ\_โมเดล, อาร์กิวเมนต์, นิพจน์)

* * *

ส่งกลับผลลัพธ์บูลีนของนิพจน์ตามที่คำนวณโดยโมเดลที่ตั้งชื่อ ซึ่งปรับใช้บนบริการจากภายนอกของ TabPy

Model\_name คือชื่อของโมเดลการวิเคราะห์ที่ปรับใช้ที่คุณต้องการใช้

อาร์กิวเมนต์แต่ละรายการเป็นสตริงเดียวที่กำหนดค่าอินพุตที่โมเดลที่ปรับใช้ยอมรับ และนิยามไว้ในโมเดลการวิเคราะห์

ใช้นิพจน์เพื่อนิยามค่าที่ส่งมาจาก Tableau ไปยังโมเดลการวิเคราะห์ อย่าลืมใช้ฟังก์ชันการรวม (SUM, AVG ฯลฯ) เพื่อรวมผลลัพธ์

ขณะที่ใช้ฟังก์ชัน ประเภทข้อมูลและลำดับของนิพจน์จะต้องตรงกับที่อยู่ในอาร์กิวเมนต์ของอินพุต

#### ตัวอย่าง

`MODEL_EXTENSION_BOOL ("isProfitable","inputSales", "inputCosts", SUM([Sales]), SUM([Costs]))`

### MODEL\_EXTENSION\_INT (ชื่อ\_โมเดล, อาร์กิวเมนต์, นิพจน์)

* * *

ส่งกลับผลลัพธ์จำนวนเต็มของนิพจน์ตามที่คำนวณโดยโมเดลที่ตั้งชื่อ ซึ่งปรับใช้บนบริการจากภายนอกของ TabPy

Model\_name คือชื่อของโมเดลการวิเคราะห์ที่ปรับใช้ที่คุณต้องการใช้

อาร์กิวเมนต์แต่ละรายการเป็นสตริงเดียวที่กำหนดค่าอินพุตที่โมเดลที่ปรับใช้ยอมรับ และนิยามไว้ในโมเดลการวิเคราะห์

ใช้นิพจน์เพื่อนิยามค่าที่ส่งมาจาก Tableau ไปยังโมเดลการวิเคราะห์ อย่าลืมใช้ฟังก์ชันการรวม (SUM, AVG ฯลฯ) เพื่อรวมผลลัพธ์

ขณะที่ใช้ฟังก์ชัน ประเภทข้อมูลและลำดับของนิพจน์จะต้องตรงกับที่อยู่ในอาร์กิวเมนต์ของอินพุต

#### ตัวอย่าง

`MODEL_EXTENSION_INT ("getPopulation", "inputCity", "inputState", MAX([City]), MAX ([State]))`

### MODEL\_EXTENSION\_REAL (ชื่อ\_โมเดล, อาร์กิวเมนต์, นิพจน์)

* * *

ส่งกลับผลลัพธ์จริงของนิพจน์ตามที่คำนวณโดยโมเดลที่ตั้งชื่อ ซึ่งปรับใช้บนบริการจากภายนอกของ TabPy

Model\_name คือชื่อของโมเดลการวิเคราะห์ที่ปรับใช้ที่คุณต้องการใช้

อาร์กิวเมนต์แต่ละรายการเป็นสตริงเดียวที่กำหนดค่าอินพุตที่โมเดลที่ปรับใช้ยอมรับ และนิยามไว้ในโมเดลการวิเคราะห์

ใช้นิพจน์เพื่อนิยามค่าที่ส่งมาจาก Tableau ไปยังโมเดลการวิเคราะห์ อย่าลืมใช้ฟังก์ชันการรวม (SUM, AVG ฯลฯ) เพื่อรวมผลลัพธ์

ขณะที่ใช้ฟังก์ชัน ประเภทข้อมูลและลำดับของนิพจน์จะต้องตรงกับที่อยู่ในอาร์กิวเมนต์ของอินพุต

#### ตัวอย่าง

`MODEL_EXTENSION_REAL ("profitRatio", "inputSales", "inputCosts", SUM([Sales]), SUM([Costs]))`

### MODEL\_EXTENSION\_STRING (ชื่อ\_โมเดล, อาร์กิวเมนต์, นิพจน์)

* * *

ส่งกลับผลลัพธ์สตริงของนิพจน์ตามที่คำนวณโดยโมเดลที่ตั้งชื่อ ซึ่งปรับใช้บนบริการจากภายนอกของ TabPy

Model\_name คือชื่อของโมเดลการวิเคราะห์ที่ปรับใช้ที่คุณต้องการใช้

อาร์กิวเมนต์แต่ละรายการเป็นสตริงเดียวที่กำหนดค่าอินพุตที่โมเดลที่ปรับใช้ยอมรับ และนิยามไว้ในโมเดลการวิเคราะห์

ใช้นิพจน์เพื่อนิยามค่าที่ส่งมาจาก Tableau ไปยังโมเดลการวิเคราะห์ อย่าลืมใช้ฟังก์ชันการรวม (SUM, AVG ฯลฯ) เพื่อรวมผลลัพธ์

ขณะที่ใช้ฟังก์ชัน ประเภทข้อมูลและลำดับของนิพจน์จะต้องตรงกับที่อยู่ในอาร์กิวเมนต์ของอินพุต

#### ตัวอย่าง

`MODEL_EXTENSION_STR ("mostPopulatedCity", "inputCountry", "inputYear", MAX ([Country]), MAX([Year]))`

## ฟังก์ชันสคริปต์

แทนที่จะใช้แบบจำลองภายนอกที่กำหนดไว้ เช่น ฟังก์ชัน MODEL\_EXPRESSION จะใช้ฟังก์ชัน SCRIPT เพื่อระบุนิพจน์โดยตรงในการคำนวณตาราง

**หมายเหตุ**: การเรียกใช้คาดว่าจะมีการส่งกลับคอลัมน์เดียวที่มีจำนวนแถวเท่ากับที่ส่งไปยังฟังก์ชัน

### SCRIPT\_BOOL

* * *

ส่งกลับผลลัพธ์บูลีนจากนิพจน์ที่ระบุ นิพจน์จะส่งต่อโดยตรงไปยังอินสแตนซ์บริการส่วนขยายการวิเคราะห์ที่ทำงานอยู่

ในนิพจน์ R จะใช้ .arg_n_ (มีจุดนำหน้า) เพื่ออ้างอิงพารามิเตอร์ต่างๆ (.arg1, .arg2 เป็นต้น)

ในนิพจน์ Python จะใช้ \_arg_n_ (มีขีดล่างนำหน้า)

#### ตัวอย่าง

ในตัวอย่าง R นี้ .arg1 เท่ากับ SUM(\[กำไร\]):

`SCRIPT_BOOL("is.finite(.arg1)", SUM([Profit]))`

ตัวอย่างถัดไปจะส่งกลับค่า True สำหรับ ID ร้านค้าในรัฐวอชิงตัน มิฉะนั้นจะเป็นค่า False ตัวอย่างนี้อาจเป็นคำจำกัดความสำหรับฟิลด์ที่คำนวณที่ชื่อว่า IsStoreInWA

`SCRIPT_BOOL('grepl(".*_WA", .arg1, perl=TRUE)',ATTR([Store ID]))`

คำสั่งสำหรับ Python จะอยู่ในรูปแบบนี้:

`SCRIPT_BOOL("return map(lambda x : x > 0, _arg1)", SUM([Profit]))`

### SCRIPT\_INT

* * *

ส่งกลับผลลัพธ์ที่เป็นจำนวนเต็มจากนิพจน์ที่ระบุ นิพจน์จะส่งต่อโดยตรงไปยังอินสแตนซ์บริการส่วนขยายการวิเคราะห์ที่ทำงานอยู่

ในนิพจน์ R จะใช้ .arg_n_ (มีจุดนำหน้า) เพื่ออ้างอิงพารามิเตอร์ต่างๆ (.arg1, .arg2 เป็นต้น)

ในนิพจน์ Python จะใช้ \_arg_n_ (มีขีดล่างนำหน้า)

#### ตัวอย่าง

ในตัวอย่าง R นี้ .arg1 เท่ากับ SUM(\[กำไร\]):

`SCRIPT_INT("is.finite(.arg1)", SUM([Profit]))`

ในตัวอย่างถัดไป จะใช้การจัดคลัสเตอร์ k-means เพื่อสร้างสามคลัสเตอร์:

`SCRIPT_INT('result <- kmeans(data.frame(.arg1,.arg2,.arg3,.arg4), 3);result$cluster;', SUM([Petal length]), SUM([Petal width]),SUM([Sepal length]),SUM([Sepal width]))`

คำสั่งสำหรับ Python จะอยู่ในรูปแบบนี้:

`SCRIPT_INT("return map(lambda x : int(x * 5), _arg1)", SUM([Profit]))`

### SCRIPT\_REAL

* * *

ส่งกลับผลลัพธ์จริงจากนิพจน์ที่ระบุ นิพจน์จะส่งต่อโดยตรงไปยังอินสแตนซ์บริการส่วนขยายการวิเคราะห์ที่ทำงานอยู่ ใน

นิพจน์ R จะใช้ .arg_n_ (มีจุดนำหน้า) เพื่ออ้างอิงพารามิเตอร์ต่างๆ (.arg1, .arg2 เป็นต้น)

ในนิพจน์ Python จะใช้ \_arg_n_ (มีขีดล่างนำหน้า)

#### ตัวอย่าง

ในตัวอย่าง R นี้ .arg1 เท่ากับ SUM(\[กำไร\]):

`SCRIPT_REAL("is.finite(.arg1)", SUM([Profit]))`

ตัวอย่างถัดไปจะแปลงค่าอุณหภูมิจากเซลเซียสเป็นฟาเรนไฮต์

`SCRIPT_REAL('library(udunits2);ud.convert(.arg1, "celsius", "degree_fahrenheit")',AVG([Temperature]))`

คำสั่งสำหรับ Python จะอยู่ในรูปแบบนี้:

`SCRIPT_REAL("return map(lambda x : x * 0.5, _arg1)", SUM([Profit]))`

### SCRIPT\_STR

* * *

ส่งกลับผลลัพธ์สตริงจากนิพจน์ที่ระบุ นิพจน์จะส่งต่อโดยตรงไปยังอินสแตนซ์บริการส่วนขยายการวิเคราะห์ที่ทำงานอยู่

ในนิพจน์ R จะใช้ .arg_n_ (มีจุดนำหน้า) เพื่ออ้างอิงพารามิเตอร์ต่างๆ (.arg1, .arg2 เป็นต้น)

ในนิพจน์ Python จะใช้ \_arg_n_ (มีขีดล่างนำหน้า)

#### ตัวอย่าง

ในตัวอย่าง R นี้ .arg1 เท่ากับ SUM(\[กำไร\]):

`SCRIPT_STR("is.finite(.arg1)", SUM([Profit]))`

ตัวอย่างถัดไปจะแยกข้อมูลตัวย่อของรัฐจากสตริงที่ซับซ้อนมากขึ้น (ในรูปแบบดั้งเดิม 13XSL\_CA, A13\_WA):

`SCRIPT_STR('gsub(".*_", "", .arg1)',ATTR([Store ID]))`

คำสั่งสำหรับ Python จะอยู่ในรูปแบบนี้:

`SCRIPT_STR("return map(lambda x : x[:2], _arg1)", ATTR([Region]))`

## สร้างการคำนวณตารางโดยใช้ตัวแก้ไขการคำนวณ

ปฏิบัติตามขั้นตอนด้านล่างเพื่อเรียนรู้วิธีการสร้างการคำนวณตารางโดยใช้ตัวแก้ไขการคำนวณ

**หมายเหตุ**: มีวิธีในการสร้างการคำนวณตารางใน Tableau หลากหลายวิธี ตัวอย่างนี้จะแสดงให้เห็นเพียงวิธีเดียวเท่านั้น หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู[เปลี่ยนค่าต่างๆ ด้วยการคำนวณตาราง](https://help.tableau.com/v0.0/public/desktop/th-th/calculations_tablecalculations.htm)

### ขั้นตอนที่ 1: สร้างการแสดงผล

1. ใน Tableau Desktop ให้เชื่อมต่อแหล่งข้อมูล**ตัวอย่าง - Superstore** ที่บันทึกไว้ซึ่งมาพร้อมกับ Tableau
2. ไปยังเวิร์กชีต
3. จากแผง**ข้อมูล**ใต้มิติข้อมูล ให้ลากวันที่สั่งซื้อไปที่แถบคอลัมน์
4. ลากหมวดหมู่ย่อยจากแผง**ข้อมูล** ในส่วน “มิติข้อมูล” ไปยังแผงแถว
5. ที่แผง**ข้อมูล** ในส่วนการวัดผล ให้ลากยอดขายไปที่ข้อความบนการ์ดเครื่องหมาย
    
    ระบบจะอัปเดตการแสดงเป็นภาพของคุณเป็นตารางข้อความ
    
    ![การแสดงเป็นภาพของ Tableau ที่มีตาราง](/tableau/next/th-th/public/desktop/th-th/Img/tablecalc_functions1.png)

### ขั้นตอนที่ 2: สร้างการคำนวณตาราง

1. เลือก "การวิเคราะห์” > สร้างฟิลด์ที่คำนวณ
2. ในตัวแก้ไขการคำนวณที่เปิดขึ้น ให้ทำดังนี้

- ตั้งชื่อฟิลด์ที่คำนวณว่า “ผลรวมสะสมของกำไร”
- ป้อนสูตรต่อไปนี้:
    
    `RUNNING_SUM(SUM([Profit]))`
    
    สูตรนี้จะคำนวณผลรวมสะสมของยอดขายที่เป็นกำไร ซึ่งจะคำนวณทั่วทั้งตาราง
- เมื่อเสร็จแล้ว ให้คลิกตกลง
    
    ฟิลด์การคำนวณตารางใหม่จะปรากฏขึ้นในส่วน “การวัดผล” ในแผงข้อมูล คุณสามารถใช้ฟิลด์นี้ในการแสดงเป็นภาพได้มากกว่าหนึ่งรายการ เช่นเดียวกับฟิลด์อื่นๆ

### ขั้นตอนที่ 3: ใช้การคำนวณตารางในการแสดงเป็นภาพ

1. ลากผลรวมสะสมของกำไรจากแผงข้อมูลในส่วน “การวัดผล” ไปยังสีบนการ์ด “เครื่องหมาย”
2. คลิกเมนูดรอปดาวน์ “ประเภทของเครื่องหมาย” และเลือกสี่เหลี่ยมบนการ์ด “เครื่องหมาย”
    
    ระบบจะอัปเดตการแสดงเป็นภาพเป็นตารางที่ไฮไลต์
    
    ![ฟิลด์ที่มีการคำนวณตารางที่นำมาใช้กับการ์ดเครื่องหมาย](/tableau/next/th-th/public/desktop/th-th/Img/tablecalc_functions2.png)

### ขั้นตอนที่ 4: แก้ไขการคำนวณตาราง

1. คลิกขวาที่ผลรวมสะสมของกำไรแล้วเลือก แก้ไขการคำนวณตารางบน “การ์ดเครื่องหมาย”
2. เลือกตาราง (ลง) ในกล่องโต้ตอบ “การคำนวณตาราง” ที่เปิดขึ้นในส่วน “คำนวณโดยใช้”
    
    ระบบจะอัปเดตการแสดงเป็นภาพดังต่อไปนี้
    
    ![ฟิลด์ที่มีการคำนวณแบบตารางที่นำมาใช้กับการ์ดเครื่องหมาย](/tableau/next/th-th/public/desktop/th-th/Img/tablecalc_functions3.png)

## ดูเพิ่มเติม

[สร้างการคำนวณตาราง](https://help.tableau.com/v0.0/public/desktop/th-th/calculations_tablecalculations.htm#Create)

[ประเภทการคำนวณตาราง](https://help.tableau.com/v0.0/public/desktop/th-th/calculations_tablecalculations_definebasic_runningtotal.htm)

[ปรับแต่งการคำนวณตาราง](https://help.tableau.com/v0.0/public/desktop/th-th/calculations_tablecalculations_custom.htm)

[การคำนวณตารางแบบด่วน](https://help.tableau.com/v0.0/public/desktop/th-th/calculations_tablecalculations_quick.htm)

[ฟังก์ชันใน Tableau](https://help.tableau.com/v0.0/public/desktop/th-th/functions.htm)

[ฟังก์ชัน Tableau (ตามหมวดหมู่)](https://help.tableau.com/v0.0/public/desktop/th-th/functions_all_categories.htm)

[ฟังก์ชัน Tableau (เรียงตามตัวอักษร)](https://help.tableau.com/v0.0/public/desktop/th-th/functions_all_alphabetical.htm)