---
schema_version: "1"
id: c09c1d200da8a79222895ae113b2d4ef789fe278edfe96188a9714886d3a072a
title: การกำกับดูแลใน Tableau
collection: tableau
version: next
locale: th-th
portal_url: https://docs.salesforce.com/tableau/next/th-th/blueprint/bp_governance_in_tableau.md
canonical_url: https://help.tableau.com/v0.0/blueprint/th-th/bp_governance_in_tableau.htm
source_site: help.tableau.com
content_type: documentation
content_hash: d46acdedc627a609be6bd86cdccfcfb53615761a55f80e169ad7527648cc0a35
description: "Blueprint overview of governance areas in Tableau: data source management, quality, security, and metadata."
---
[ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก](#main-content)

# การกำกับดูแลใน Tableau

> [!TIP]
> 
> เนื้อหานี้เป็นส่วนหนึ่งของ Tableau Blueprint ซึ่งเป็นเฟรมเวิร์กที่สมบูรณ์ซึ่งช่วยให้คุณสามารถขยายและปรับปรุงวิธีที่องค์กรของคุณใช้ข้อมูลเพื่อกระตุ้นผลลัพธ์ เพื่อเริ่มต้นการเดินทางของคุณ โปรดทำ[การประเมิน](https://www.tableau.com/th-th/learn/webinars/tableaus-blueprint-self-assessment)

การกำกับดูแลใน Tableau เป็นขั้นตอนที่สำคัญมากสำหรับการกระตุ้นให้ใช้งานและปรับใช้การวิเคราะห์ไปพร้อมๆ กับการรักษาความปลอดภัยและความถูกต้องของข้อมูล คุณต้องกำหนดมาตรฐาน กระบวนการ และนโยบายในการจัดการข้อมูลและเนื้อหาให้ปลอดภัยโดยตลอดทุกขั้นตอนใน Modern Analytics Workflow และสิ่งที่สำคัญพอๆ กับการกำหนดรายการต่างๆ ดังกล่าวก็คือ การทำให้ทุกคนในเวิร์กโฟลว์เข้าใจและปฏิบัติตาม เพื่อให้ผู้ใช้เชื่อถือและมั่นใจในการวิเคราะห์ที่จะนำไปใช้ในการตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

ในการกำหนด[โมเดลการกำกับดูแลของ Tableau](https://help.tableau.com/v0.0/blueprint/th-th/bp_governance_models.htm) คุณควรทำงานในด้านของการกำกับดูแลข้อมูลและเนื้อหาอย่างถี่ถ้วนตามที่ได้สรุปข้อมูลสำคัญไว้ในไดอะแกรมด้านล่างนี้โดยใช้[ตัววางแผน Tableau Blueprint](https://mkt.tableau.com/TableauBlueprintPlanner.xlsx)  

![แผนภาพแสดงกระบวนการจัดการข้อมูลและเนื้อหา](/tableau/next/th-th/blueprint/th-th/Img/bp_governance_in_tableau_486x486.png)

## การกำกับดูแลข้อมูลใน Tableau

วัตถุประสงค์ของการกำกับดูแลข้อมูลใน [ขั้นตอนการวิเคราะห์สมัยใหม่](https://help.tableau.com/v0.0/blueprint/th-th/bp_modern_analytics_workflow.htm) คือการตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีข้อมูลที่ถูกต้องสำหรับคนที่เหมาะสมในองค์กร ณ เวลาที่ต้องการ เวิร์กโฟลว์นี้จะสร้างความรับผิดชอบและสนับสนุนการเข้าถึงเนื้อหาที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้สำหรับผู้ใช้ทุกระดับทักษะในองค์กรของคุณแทนการจำกัดการเข้าถึง

### การจัดการแหล่งข้อมูล

การจัดการแหล่งข้อมูลรวมถึงกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับการเลือกและการแจกจ่ายข้อมูลภายในองค์กรของคุณ Tableau เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มข้อมูลองค์กรของคุณและใช้ประโยชน์จากการกำกับดูแลที่คุณได้นำไปใช้กับระบบเหล่านี้อยู่แล้ว ในสภาพแวดล้อมของการบริการตนเอง ผู้เขียนเนื้อหาและผู้ดูแลข้อมูลจะมีความสามารถในการเชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลต่างๆ สร้างและเผยแพร่แหล่งข้อมูล เวิร์กบุ๊ก และเนื้อหาอื่นๆ หากไม่มีกระบวนการเหล่านี้ แหล่งข้อมูลซ้ำจะเพิ่มทวีและทำให้ผู้ใช้เกิดความสับสน มีแนวโน้มที่จะเกิดข้อผิดพลาดมากขึ้น และเปลืองทรัพยากรระบบ

สถาปัตยกรรมข้อมูลแบบไฮบริดของ Tableau มีโหมดสำหรับการมีปฏิสัมพันธ์กับข้อมูลสองโหมด โดยใช้การการค้นหาแบบสดหรือการแยกข้อมูลในหน่วยความจำ การสลับระหว่างสองโหมดนี้ง่ายพอๆ กับการเลือกตัวเลือกที่เหมาะกับกรณีการใช้งานของคุณ กรณีการใช้งานแบบสดและแยกข้อมูล ผู้ใช้อาจเชื่อมต่อกับตาราง มุมมอง และขั้นตอนการจัดเก็บของคลังข้อมูลที่มีอยู่ เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์ได้โดยไม่ต้องทำงานเพิ่มเติม

การค้นหาแบบสดเหมาะสำหรับกรณีที่คุณได้ลงทุนในฐานข้อมูลด่วนไปแล้ว ต้องการข้อมูลที่อัปเดตทุกนาที หรือใช้ [Initial SQL](https://help.tableau.com/current/pro/desktop/th-th/connect_basic_initialsql.htm) การแยกข้อมูลในหน่วยความจำควรใช้เมื่อฐานข้อมูลหรือเครือข่ายช้าเกินไปสำหรับการค้นหาแบบอินเทอร์แอคทีฟ การนำโหลดออกจากฐานข้อมูลธุรกรรม หรือเมื่อต้องเข้าถึงข้อมูลแบบออฟไลน์

ด้วยการรองรับเลเยอร์ตรรกะแบบหลายตารางและความสัมพันธ์ใน Tableau 2020.2 ผู้ใช้จะไม่ถูกจำกัดให้ใช้ข้อมูลจากตารางเดียวแบบแฟลตที่ไม่จัดเรียงตามปกติในแหล่งข้อมูล Tableau ซึ่งในปัจจุบันสามารถสร้างแหล่งข้อมูลแบบหลายตารางด้วยความสัมพันธ์ที่ตระหนักถึง LOD และมีความยืดหยุ่นระหว่างตาราง โดยไม่ต้องระบุประเภทการรวมในการคาดการณ์ว่าจะมีการถามคำถามใดบ้างเกี่ยวกับข้อมูล ด้วยการรองรับหลายตาราง แหล่งข้อมูลของ Tableau จึงสามารถนำเสนอแบบจำลองข้อมูลองค์กรที่พบบ่อยโดยตรง เช่น สคีมาดวงดาวและหิมะตก ตลอดจนแบบจำลองหลายข้อเท็จจริงที่ซับซ้อนมากขึ้น โดยจะมีการรองรับรายละเอียดหลายระดับในแหล่งข้อมูลเดียว ดังนั้นแหล่งข้อมูลที่จำเป็นต่อการนำเสนอข้อมูลเดียวกันจึงมีจำนวนน้อยลง ความสัมพันธ์จะมีความยืดหยุ่นมากกว่าการรวมฐานข้อมูล และสามารถรองรับกรณีการใช้งานเพิ่มเติมได้หากเกิดขึ้น จึงช่วยลดความจำเป็นที่จะต้องสร้างแบบจำลองข้อมูลใหม่สำหรับตอบคำถามใหม่ๆ การใช้ความสัมพันธ์ในสคีมาที่จัดโมเดลไว้เป็นอย่างดี จะช่วยลดทั้งเวลาในการสร้างแบบจำลองข้อมูลและจำนวนของแหล่งข้อมูลที่ต้องใช้ในการตอบคำถามทางธุรกิจ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู[การจัดการเมตาดาต้า](#Metadata) ในตอนหลังของส่วนนี้และ[แบบจำลองข้อมูล Tableau](https://help.tableau.com/current/pro/desktop/th-th/datasource_datamodel.htm)

เมื่อเผยแพร่เวิร์กบุ๊กไปยัง Tableau Server หรือ Tableau Cloud ผู้เขียนจะมีตัวเลือกว่าจะเผยแพร่แหล่งข้อมูลหรือปล่อยให้ฝังอยู่ในเวิร์กบุ๊ก กระบวนการจัดการแหล่งข้อมูลที่คุณกำหนดจะกำกับดูแลการตัดสินใจนี้ เซิร์ฟเวอร์ข้อมูลของ Tableau ซึ่งเป็นส่วนประกอบในตัวของแพลตฟอร์ม Tableau จะช่วยให้คุณสามารถแชร์และนำแบบจำลองข้อมูลมาใช้ใหม่ รักษาความปลอดภัยให้กับวิธีที่ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูล รวมถึงจัดการและรวบรวมการแยกข้อมูลเข้ากับแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ นอกจากนี้แหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ยังอนุญาตให้ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์การใช้งานระดับ Creator และ Explorer ของ Tableau เข้าถึงแหล่งข้อมูลที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ใน Tableau สำหรับการเขียนเว็บและ "สอบถามข้อมูล" สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู[แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่](https://help.tableau.com/current/pro/desktop/th-th/publish_datasources_about.htm) [แก้ไขมุมมองบนเว็บ](https://help.tableau.com/current/pro/desktop/th-th/web_author_build_view.htm) และ[ปรับข้อมูลให้เหมาะสมกับ "สอบถามข้อมูล"](https://help.tableau.com/v2019.1/pro/desktop/en-us/ask_data_optimize.htm)

ความสามารถในการสำรวจข้อมูลที่เพิ่มขึ้น ทำให้ [Tableau Catalog](https://help.tableau.com/current/server/th-th/dm_catalog_overview.htm) สามารถจัดทำดัชนี้สำหรับเนื้อหาทั้งหมด ซึ่งรวมถึงเวิร์กบุ๊ก แหล่งข้อมูล และโฟลว์ที่จะช่วยให้ผู้เขียนสามารถค้นหาฟิลด์ คอลัมน์ ฐานข้อมูล และตารางในเวิร์กบุ๊กและแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู[การจัดการข้อมูล](https://help.tableau.com/current/online/th-th/dm_overview.htm)

เมื่อเปิดใช้งาน Tableau Catalog ผู้เขียนเนื้อหาจะสามารถค้นหาข้อมูลได้โดยการเลือกจากแหล่งข้อมูล ฐานข้อมูล และไฟล์ หรือตารางและออกเจ็กต์เพื่อดูว่าอยู่ใน Tableau Server และ Tableau Cloud หรือไม่ และลดแหล่งข้อมูลซ้ำให้น้อยที่สุด

นอกจากนี้ แท็บ[รายละเอียดข้อมูล](https://help.tableau.com/current/pro/desktop/th-th/data_explore_analyze_interact.htm#use-data-details-to-see-visualization-information)บนมุมมองที่เผยแพร่ไปยัง Tableau Server และ Tableau Cloud จะมอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลที่ใช้ให้แก่ผู้บริโภคข้อมูลด้วย รายละเอียดจะมีข้อมูลเกี่ยวกับเวิร์กบุ๊ก (ชื่อ, ผู้เขียน, วันที่ปรับแก้) แหล่งข้อมูลที่ใช้ในมุมมอง และรายการฟิลด์ที่ใช้งาน

![แท็บ “รายละเอียดข้อมูล” แสดงข้อมูลเกี่ยวกับข้อมูลที่ใช้ในมุมมอง](/tableau/next/th-th/blueprint/th-th/Img/dm_data_details.png)

สำหรับผู้ดูแลข้อมูลที่สร้างแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่แล้วแหล่งใหม่ เวิร์กโฟลว์ด้านล่างจะแสดงจุดการตัดสินใจหลัก 2 จุดที่ส่งผลกระทบต่อการจัดการแหล่งข้อมูล แบบสดหรือการแยกข้อมูล และฝังหรือแชร์แบบจำลองข้อมูล แต่ไม่ได้หมายความว่ากระบวนการสร้างโมเดลที่เป็นทางการจะต้องเกิดขึ้นก่อนที่การวิเคราะห์จะเริ่มขึ้นเสมอไป

![โฟลว์ชาร์ตแสดงขั้นตอนการเชื่อมต่อข้อมูล การสร้างแบบจำลองข้อมูล Tableau และการดำเนินการวิเคราะห์](/tableau/next/th-th/blueprint/th-th/Img/bp_governance_in_tableau_1.png)

  

หากต้องการค้นพบและให้ความสำคัญกับแหล่งข้อมูลหลัก ให้ใช้แท็บ[แบบสำรวจข้อมูลและการวิเคราะห์ของ Tableau](https://help.tableau.com/v0.0/blueprint/th-th/bp_data_analytics_survey.htm) และ[กรณีการใช้งานและแหล่งข้อมูลของ Tableau](https://help.tableau.com/v0.0/blueprint/th-th/bp_use_cases.htm) ใน[ตัววางแผน Tableau Blueprint](https://mkt.tableau.com/TableauBlueprintPlanner.xlsx)

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญในการจัดการแหล่งข้อมูล

- แหล่งข้อมูลหลักของแผนกหรือทีมคืออะไร
- ใครคือผู้ดูแลข้อมูลหรือเจ้าของข้อมูล
- คุณจะเชื่อมต่อแบบสดหรือแยกข้อมูล
- ควรฝังแหล่งข้อมูลหรือเผยแพร่ข้อมูล
- ชุดข้อมูลมีตัวแปรหรือไม่ หากมี สามารถรวมเป็นแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้หรือไม่
- หากมีการรวมแหล่งข้อมูลหลายแหล่งเข้าด้วยกันแล้ว ประสิทธิภาพหรืออรรถประโยชน์ของแหล่งข้อมูลเดียวได้รับผลกระทบจากการพยายามตอบสนองต่อกรณีการใช้งานหลายกรณีพร้อมกันหรือไม่
- คำถามทางธุรกิจที่จำเป็นต้องตอบโดยใช้แหล่งข้อมูลมีอะไรบ้าง
- แหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ใช้กฎอะไรในการตั้งชื่อ

### คุณภาพข้อมูล

คุณภาพข้อมูล เป็นการวัดความสมบูรณ์ของข้อมูลเพื่อรองรับวัตถุประสงค์ในบริบทที่ระบุ ในกรณีนี้จะมีไว้เพื่อการตัดสินใจทางธุรกิจ คุณภาพข้อมูลกำหนดโดยปัจจัยต่างๆ เช่น ความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความน่าเชื่อถือ ความเกี่ยวข้อง และความทันสมัย คุณน่าจะมีกระบวนการสำหรับตรวจสอบคุณภาพข้อมูลขณะนำเข้าจากระบบต้นทางอยู่แล้ว และยิ่งถ้ามีการแก้ไขปัญหาในกระบวนการอัปสตรีมมากเท่าใด การแก้ไขให้ถูกต้องก็จะยิ่งน้อยลงในช่วงเวลาของการวิเคราะห์ คุณควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณภาพข้อมูลมีความสม่ำเสมอตลอดทางไปจนถึงการบริโภคข้อมูล

ขณะที่คุณวางแผน เป็นช่วงเวลาที่ดีสำหรับการทบทวนการตรวจสอบคุณภาพข้อมูลอัปสตรีมที่มีอยู่ เนื่องจากข้อมูลจะพร้อมใช้งานสำหรับกลุ่มผู้ใช้ขนาดใหญ่ภายใต้โมเดลของการบริการตนเอง นอกจากนี้แล้ว Tableau Prep Builder และ Tableau Desktop เป็นเครื่องมือที่ดีเยี่ยมสำหรับการตรวจหาปัญหาคุณภาพข้อมูล การกำหนดกระบวนการรายงานปัญหาคุณภาพข้อมูลให้ทีม IT หรือผู้ดูแลข้อมูลทราบ จะทำให้คุณภาพข้อมูลกลายเป็นส่วนสำคัญของการสร้างความน่าเชื่อถือและความมั่นใจในข้อมูล

เมื่อใช้ [Tableau Data Management](https://help.tableau.com/current/server/th-th/dm_overview.htm) และ [Tableau Catalog](https://help.tableau.com/current/server/th-th/dm_catalog_overview.htm) คุณควรสื่อสารปัญหาคุณภาพข้อมูลให้ผู้ใช้ของคุณทราบเพื่อเพิ่มการมองเห็นและความน่าเชื่อถือของข้อมูล เมื่อพบปัญหา คุณสามารถกำหนดข้อความเตือนเกี่ยวกับชุดข้อมูล เพื่อให้ผู้ใช้ข้อมูลดังกล่าวตระหนักถึงปัญหาบางอย่าง ยกตัวอย่างเช่น คุณอาจต้องการแจ้งให้ผู้ใช้ทราบว่ายังไม่มีการรีเฟรชข้อมูลในช่วงสองสัปดาห์นี้ หรือเลิกใช้งานแหล่งข้อมูลแล้ว คุณสามารถกำหนดคำเตือนเกี่ยวกับคุณภาพของข้อมูลต่อชุดข้อมูลได้ เช่น แหล่งข้อมูล ฐานข้อมูล โฟลว์ หรือตาราง หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู[ตั้งค่าคำเตือนเกี่ยวกับคุณภาพของข้อมูล](https://help.tableau.com/current/server/th-th/dm_dqw.htm) รวมถึงประเภทต่อไปนี้: คำเตือน เลิกใช้งาน ข้อมูลเก่า และอยู่ระหว่างการบำรุงรักษา

![หน้าต่าง “คำเตือนเกี่ยวกับคุณภาพของข้อมูล” ที่มีข้อความตัวอย่างแสดง “ข้อมูลนี้ยังไม่ได้รับการรีเฟรชตั้งแต่วันที่ 17/7/2019”](/tableau/next/th-th/blueprint/th-th/Img/dm_dqw.png)

โปรดทราบว่าคุณสามารถกำหนดคำเตือนเกี่ยวกับคุณภาพของข้อมูลโดยใช้ REST API ได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู[เพิ่มคำเตือนเกี่ยวกับคุณภาพของข้อมูล](https://help.tableau.com/current/api/rest_api/en-us/REST/rest_api_ref_metadata.htm#add_dqw)ใน Tableau REST API Help  

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญสำหรับคุณภาพข้อมูล

- กระบวนการใดมีไว้เพื่อรับรองความถูกต้อง ความสมบูรณ์ ความน่าเชื่อถือ และความสัมพันธ์กัน
- คุณสร้างรายการตรวจสอบสำหรับนำกระบวนการไปใช้งานแล้วหรือยัง
- ใครที่จำเป็นต้องตรวจสอบข้อมูลก่อนที่จะแชร์ได้และมีความน่าเชื่อถือ
- กระบวนการของคุณปรับได้หรือไม่สำหรับผู้ใช้ธุรกิจ และพวกเขาสามารถร่วมมือกับเจ้าของข้อมูลในการรายงานปัญหาได้หรือไม่

### การเพิ่มความสมบูรณ์และการจัดเตรียม

การเพิ่มความสมบูรณ์และการจัดเตรียมมีกระบวนการที่ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ปรับ หรือจัดเตรียมข้อมูลดิบสำหรับการวิเคราะห์ แหล่งข้อมูลเดียวมักจะไม่สามารถตอบได้ทุกคำถามที่ผู้ใช้อาจมี การเพิ่มข้อมูลจากแหล่งที่มาต่างๆ จะเพิ่มบริบทที่มีคุณค่า คุณน่าจะมีกระบวนการ ETL อยู่แล้วในการล้าง นำมารวมกัน รวบรวม และจัดเก็บข้อมูลเมื่อนำเข้าข้อมูลดิบจากแหล่งต่างๆ อินเทอร์เฟซบรรทัดคำสั่งและ API จะช่วยให้คุณสามารถผสานรวม Tableau เข้ากับกระบวนการที่มีอยู่ของคุณได้

สำหรับ[การเตรียมข้อมูลการบริการตนเอง](https://www.tableau.com/th-th/products/prep) ควรใช้ [Tableau Prep Builder](https://help.tableau.com/current/prep/th-th/prep_get_started.htm) และ [Tableau Prep Conductor](https://help.tableau.com/current/prep/th-th/prep_conductor_overview.htm) ในการรวมแหล่งข้อมูลหลายแหล่งเข้าด้วยกันและทำให้เป็นระบบอัตโนมัติตามกำหนดเวลา Tableau Prep มีเอาต์พุตหลายประเภทสำหรับ Tableau Server หรือ Tableau Cloud รวมถึง CSV, Hyper และ TDE (เวอร์ชัน 2024.2 และก่อนหน้า) หรือแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ เริ่มตั้งแต่เวอร์ชัน 2020.3 เป็นต้นไป เอาต์พุตของ Tableau Prep จะมีตารางฐานข้อมูลที่สามารถบันทึกผลลัพธ์ของโฟลว์ไปยังตารางในฐานข้อมูลเชิงสัมพันธ์ ซึ่งหมายความว่าคุณจะสามารถจัดเก็บและกำกับดูแลข้อมูลที่จัดเตรียมจาก Tableau Prep Builder ไว้ในตำแหน่งที่ตั้งศูนย์กลางและใช้ประโยชน์ในทั่วทั้งองค์กรของคุณ Tableau Prep Builder เป็นส่วนหนึ่งของสิทธิ์การใช้งาน Tableau Creator ขณะที่ Tableau Prep Conductor เป็นส่วนหนึ่งของ [Tableau Data Management](https://help.tableau.com/current/server/th-th/dm_overview.htm) Tableau Data Management ช่วยใหัคุณสามารถจัดการข้อมูลในสภาพแวดล้อมการวิเคราะห์ได้ดีขึ้น ตั้งแต่การเตรียมข้อมูลไปจนถึงการทำแค็ตตาล็อก ค้นหา และกำกับดูแล เพื่อให้แน่ใจได้ว่าการตัดสินใจขับเคลื่อนด้วยข้อมูลน่าเชื่อถือและอัปเดตเสมอ

ข้อเสนอแนะระบบอัจฉริยะแบบเห็นภาพที่ส่งโดยตรงได้ในทุกขั้นตอน จะทำให้ Tableau Prep Builder สามารถช่วยลูกค้าสร้างต้นแบบและจัดเตรียมการแยกแหล่งข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์ เมื่อกำหนดและยืนยันขั้นตอนต่างๆ แล้ว ควรเผยแพร่โฟลว์ไปยัง Tableau Server และ Tableau Cloud ที่ซึ่ง Prep Conductor จะเรียกใช้โฟลว์และส่งออกแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ตามกำหนดเวลาที่ระบุ ระบบอัตโนมัติสร้างกระบวนการที่สอดคล้องกัน ลดขั้นตอนที่ต้องทำด้วยตนเองซึ่งจะเกิดข้อผิดพลาดได้ง่าย ติดตามความสำเร็จ/ล้มเหลว และประหยัดเวลา ผู้ใช้จะมีความมั่นใจในเอาต์พุตเพราะสามารถดูขั้นตอนได้ใน Tableau Server หรือ Tableau Cloud

![แผนภาพคำสั่งซื้อและการส่งคืน ตามด้วยตารางแสดงข้อมูลการขายตามรัฐและรายละเอียดลูกค้า](/tableau/next/th-th/blueprint/th-th/Img/bp_governance_in_tableau_2.png)

โฟลว์ของ Tableau Prep

![โฟลว์ชาร์ตแสดงขั้นตอนในเวิร์กโฟลว์ Superstore ตั้งแต่แหล่งข้อมูลไปจนถึงการเปลี่ยนแปลง](/tableau/next/th-th/blueprint/th-th/Img/bp_governance_in_tableau_3.png)

โฟลว์ของ Tableau Prep ใน Tableau Server หรือ Tableau Cloud  

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญสำหรับการเพิ่มความสมบูรณ์ของข้อมูล

- การเพิ่มความสมบูรณ์และการจัดเตรียมข้อมูลจะเป็นแบบรวมศูนย์หรือบริการตนเอง
- บทบาทใดในองค์กรที่จะดำเนินการเพิ่มความสมบูรณ์และจัดเตรียมข้อมูล
- ควรใช้เครื่องมือและกระบวนการ ETL ใดในการทำให้การเพิ่มความสมบูรณ์และ/หรือการจัดเตรียมข้อมูลเป็นระบบอัตโนมัติ
- แหล่งข้อมูลใดบ้างที่ให้บริบทที่มีคุณค่าเมื่อนำมารวมกัน
- การรวมแหล่งข้อมูลมีความซับซ้อนเพียงใด
- ผู้ใช้จะสามารถใช้ Tableau Prep Builder และ/หรือ Tableau Desktop ในการรวมชุดข้อมูลหรือไม่
- DBA ได้สร้างฟิลด์การรวมหรือการผสมผสานที่เป็นมาตรฐานเพื่อให้ผู้ใช้สามารถเพิ่มความสมบูรณ์และจัดเตรียมชุดข้อมูลแล้วหรือยัง
- คุณจะทำให้การเตรียมข้อมูลแบบบริการตนเองใช้งานได้อย่างไร

### การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล

การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลมีความสำคัญสูงสุดสำหรับทุกองค์กร Tableau อนุญาตให้ลูกค้าสร้างตามการใช้งานการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่มีอยู่ ผู้ดูแลระบบ IT มีความยืดหยุ่นในการนำการรักษาความปลอดภัยไปใช้งานภายในฐานข้อมูลที่มีการตรวจสอบสิทธิ์ของฐานข้อมูล หรือภายใน Tableau ที่มีสิทธิ์ต่างๆ หรือแนวทางแบบไฮบริดที่ผสมทั้งสองอย่าง การรักษาความปลอดภัยจะบังคับใช้ไม่ว่าผู้ใช้จะเข้าถึงข้อมูลจากมุมมองที่เผยแพร่บนเว็บ บนอุปกรณ์มือถือ หรือผ่าน Tableau Desktop และ Tableau Prep Builder ลูกค้ามักจะชอบแนวทางแบบไฮบริดเพราะต้องการความยืดหยุ่นในการจัดการกรณีการใช้งานต่างๆ เริ่มจากการสร้างการจำแนกการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลเพื่อกำหนดประเภทต่างๆ ของข้อมูลและระดับความอ่อนไหวของข้อมูลที่ปรากฏอยู่ในองค์กรของคุณ

ในการใช้ประโยชน์จากการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องทราบว่าวิธีที่เลือกสำหรับการตรวจสอบสิทธิ์นั้นมีความสำคัญ ระดับของการตรวจสอบสิทธิ์นี้จะแยกออกจากการตรวจสอบสิทธิ์ของ Tableau Server หรือ Tableau Cloud (เมื่อผู้ใช้เข้าสู่ระบบ Tableau Server หรือ Tableau Cloud ผู้ใช้จะยังไม่ได้เข้าสู่ระบบฐานข้อมูล) ซึ่งหมายความว่าผู้ใช้ Tableau Server และ Tableau Cloud จะต้องมีข้อมูลเข้าสู่ระบบด้วยเช่นกัน (ชื่อผู้ใช้/รหัสผ่านของตนเองหรือชื่อผู้ใช้/รหัสผ่านของบัญชีบริการ) เพื่อเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล แล้วใช้การรักษาความปลอดภัยระดับฐานข้อมูล หากต้องการปกป้องข้อมูลของคุณเพิ่มเติม Tableau จำเป็นต้องใช้เฉพาะข้อมูลเข้าสู่ระบบที่มีสิทธิ์การอ่านเท่านั้นสำหรับฐานข้อมูล เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เผยแพร่เปลี่ยนแปลงข้อมูลพื้นฐานโดยไม่ได้ตั้งใจ หรืออีกทางหนึ่งก็คือ การให้สิทธิ์ผู้ใช้ฐานข้อมูลสร้างตารางชั่วคราวก็อาจมีประโยชน์ในบางกรณี เพราะจะมีข้อได้เปรียบทั้งในด้านประสิทธิภาพและการรักษาความปลอดภัย เนื่องจากระบบจัดเก็บข้อมูลชั่วคราวไว้ในฐานข้อมูลแทนที่จะเก็บไว้ใน Tableau สำหรับ Tableau Cloud คุณจำเป็นต้องฝังข้อมูลเข้าสู่ระบบเพื่อใช้การรีเฟรชอัตโนมัติในข้อมูลการเชื่อมต่อของแหล่งข้อมูล สำหรับแหล่งข้อมูล Google และ Salesforce.com คุณสามารถฝังข้อมูลเข้าสู่ระบบไว้ในรูปแบบของโทเค็นการเข้าถึง OAuth 2.0

การเข้ารหัสการแยกข้อมูลเมื่อจัดเก็บเป็นฟีเจอร์การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่ช่วยให้คุณเข้ารหัสข้อมูลแยก .hyper ขณะที่จัดเก็บไว้ใน Tableau Server ผู้ดูแลระบบ Tableau Server สามารถบังคับให้มีการเข้ารหัสข้อมูลแยกทั้งหมดในไซต์ของตนเอง หรืออนุญาตให้ผู้ใช้ระบุเพื่อเข้ารหัสข้อมูลแยกทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับบางเวิร์กบุ๊กหรือแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู[การเข้ารหัสการแยกข้อมูลเมื่อไม่มีการเคลื่อนไหว](https://help.tableau.com/current/server/th-th/security_ear.htm)

หากองค์กรของคุณปรับใช้การเข้ารหัสการแยกข้อมูลเมื่อไม่ได้ใช้งาน คุณอาจเลือกกำหนดค่าTableau Server ให้ใช้ AWS เป็น KMS สำหรับการเข้ารหัสแยกได้ **หากต้องการเปิด AWS KMS หรือ Azure KMS คุณต้องใช้งาน Tableau Server ใน AWS หรือ Azure ตามลำดับ และได้รับสิทธิ์อนุญาต [Advanced Management สำหรับ Tableau Server](https://help.tableau.com/current/server/th-th/itm_intro.htm)** ในสถานการณ์จำลองของ AWS นั้น Tableau Server ใช้คีย์หลักของลูกค้า AWS KMS (CMK) สร้าง[คีย์ข้อมูล AWS](https://docs.aws.amazon.com/kms/latest/developerguide/concepts.html#data-keys) Tableau Server ใช้คีย์ข้อมูล AWS เป็นคีย์หลักรูทสำหรับการแยกข้อมูลที่เข้ารหัสทั้งหมด ในกรณีของ Azure นั้น Tableau Server จะใช้ Azure Key Vault เพื่อเข้ารหัสคีย์หลักระดับรูท (RMK) สำหรับการแยกข้อมูลที่เข้ารหัสทั้งหมด อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะมีการกำหนดค่าสำหรับการผสานรวม AWS KMS หรือ Azure KMS แล้วก็ตาม แต่จะยังคงมีการใช้คีย์สโตร์ของ Java ในระบบและ KMS ในเครื่องเพื่อรักษาความปลอดภัยให้ที่จัดเก็บข้อมูลลับบน Tableau Server โดยจะใช้ AWS KMS หรือ Azure KMS ในการเข้ารหัสคีย์หลักระดับรากสำหรับการแยกข้อมูลที่เข้ารหัสเท่านั้น หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู[ระบบการจัดการคีย์](https://help.tableau.com/current/server/th-th/security_kms_aws.htm)

สำหรับ Tableau Cloud ข้อมูลทั้งหมดจะได้รับการเข้ารหัสในขณะที่จัดเก็บเป็นค่าเริ่มต้น แม้ว่าจะใช้ [Advanced Management สำหรับ Tableau Cloud](https://help.tableau.com/current/online/th-th/itm_intro.htm) คุณก็สามารถควบคุมการหมุนเวียนคีย์และตรวจสอบได้มากขึ้นโดยการใช้[คีย์การเข้ารหัสที่ลูกค้าจัดการ](https://help.tableau.com/current/online/th-th/to_customer_managed_encryption_keys.htm) คีย์เข้ารหัสที่ลูกค้าจัดการจะทำให้คุณมีการรักษาความปลอดภัยในระดับพิเศษโดยอนุญาตให้คุณเข้ารหัสการแยกข้อมูลของไซต์โดยใช้คีย์ที่กำหนดเฉพาะไซต์ที่ลูกค้าจัดการ อินสแตนซ์ของ Salesforce Key Management System (KMS) จะจัดเก็บคีย์การเข้ารหัสที่กำหนดเฉพาะไซต์ตามค่าเริ่มต้นสำหรับทุกคนที่เปิดใช้งานการเข้ารหัสบนไซต์ กระบวนการเข้ารหัสจะเป็นไปตามลำดับชั้นของคีย์ ขั้นแรก Tableau Cloud จะเข้ารหัสการแยกข้อมูล ถัดไป Tableau Cloud KMS จะตรวจสอบแคชคีย์สำหรับคีย์ข้อมูลที่เหมาะสม หากไม่พบคีย์ ระบบจะสร้างคีย์ดังกล่าวด้วย KMS GenerateDataKey API โดยใช้สิทธิ์ที่ได้รับจากนโยบายคีย์ที่เชื่อมโยงกับคีย์นั้น AWS KMS จะใช้ CMK เพื่อสร้างคีย์ข้อมูลและส่งคืนสำเนาข้อความธรรมดาและสำเนาที่เข้ารหัสไปที่ Tableau Cloud Tableau Cloud จะใช้สำเนาข้อความธรรมดาของคีย์ข้อมูลเพื่อเข้ารหัสข้อมูลและจัดเก็บสำเนาที่เข้ารหัสของคีย์พร้อมกับข้อมูลที่เข้ารหัส

คุณสามารถจำกัดว่าจะให้ผู้ใช้ใดเห็นข้อมูลใดโดยการตั้งค่าตัวกรองผู้ใช้ในแหล่งข้อมูลบน Tableau Server และ Tableau Cloud ซึ่งจะทำให้คุณสามารถควบคุมข้อมูลที่ผู้ใช้จะเห็นในมุมมองที่เผยแพร่ได้ดีขึ้น โดยอิงตามบัญชีตี่ใช้เข้าสู่ระบบ Tableau Server การใช้เทคนิคนี้จะทำให้ผู้จัดการภูมิภาคสามารถดูข้อมูลสำหรับภูมิภาคของตนเองได้ แต่จะไม่สามารถดูข้อมูลสำหรับผู้จัดการภูมิภาคอื่นได้ แนวทางการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลเหล่านี้จะทำให้คุณสามารถเผยแพร่มุมมองหรือแดชบอร์ดเดียวในรูปแบบที่ให้ข้อมูลและการวิเคราะห์ที่ปลอดภัยและปรับให้เข้ากับแต่ละบุคคลสำหรับผู้ใช้ในวงกว้างบน Tableau Cloud หรือ Tableau Server สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู[การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล](https://help.tableau.com/current/server/th-th/security_data.htm)และ[จำกัดการเข้าถึงที่ระดับแถวข้อมูล](https://help.tableau.com/current/pro/desktop/th-th/publish_userfilters.htm) หากคุณให้ความสำคัญสูงสุดกับการรักษาความปลอดภัยกับกรณีการใช้การวิเคราะห์ที่ระดับแถว คุณสามารถใช้ [Tableau Data Management](https://help.tableau.com/current/online/th-th/dm_overview.htm) เพื่อใช้การเชื่อมต่อเสมือนกับนโยบายข้อมูลเพื่อใช้ตัวกรองตามขนาด สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่[การเชื่อมต่อเสมือนและนโยบายข้อมูล](https://help.tableau.com/current/online/th-th/dm_vconn_overview.htm)

  

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญสำหรับการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล

- คุณจะจำแนกประเภทต่างๆ ของข้อมูลโดยให้สอดคล้องตามความละเอียดอ่อนอย่างไร
- จะส่งคำขอสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลได้อย่างไร
- คุณจะใช้บัญชีบริการหรือการรักษาความปลอดภัยของฐานข้อมูลในการเชื่อมต่อกับข้อมูลหรือไม่
- แนวทางใดที่เหมาะสมต่อการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลโดยสอดคลอ้งกับการจำแนกตามความละเอียดอ่อน
- การรักษาความปลอดภัยของข้อมูลของคุณตรงตามข้อกำหนดของกฎหมาย การปฏิบัติตามข้อบังคับ และกฎระเบียบหรือไม่

### การจัดการเมตาดาต้า

การจัดการเมตาดาต้ามีนโยบายและกระบวนการที่จะตรวจสอบให้แน่ใจว่าสามารถเข้าถึง แชร์ วิเคราะห์ และบำรุงรักษาข้อมูลทั้งองค์กรได้ โดยเป็นส่วนขยายของการจัดการแหล่งข้อมูล เมตาดาต้าเป็นการนำเสนอข้อมูลที่เหมาะสำหรับธุรกิจภายใต้เงื่อนไขทั่วไป ซึ่งคล้ายกับระดับชั้นความหมาย (Semantic Layer) ในแพลตฟอร์ม BI แบบดั้งเดิม แหล่งข้อมูลที่เรียบเรียงไว้ซ่อนความซับซ้อนของสถาปัตยกรรมข้อมูลสมัยใหม่ขององค์กรและทำให้ฟิลด์เข้าใจได้ในทันทีโดยไม่ต้องคำนึงถึงที่เก็บข้อมูลและตารางที่เป็นแหล่งข้อมูล

Tableau ติดตั้งระบบเมตาดาต้าที่อลังการแต่ไม่ซับซ้อนและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะมอบความยืดหยุ่นในการใช้งานให้ผู้ใช้ไปพร้อมๆ กับการอนุญาตให้จัดการเมตาดาต้าขององค์กร สามารถฝังแบบจำลองข้อมูล Tableau ไว้ในเวิร์กบุ๊กหรือจัดการแบบรวมศูนย์ในรูปแบบของแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ด้วยเซิร์ฟเวอร์ข้อมูล หลังจากที่เชื่อมต่อกับข้อมูลและสร้างแบบจำลองข้อมูล Tableau ซึ่งจะกลายเป็นแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่บน Tableau Server หรือ Tableau Cloud แล้ว ให้ดูข้อมูลจากมุมมองของผู้ใช้และดูว่าการวิเคราะห์จะง่ายขึ้นเพียงใดเมื่อมีจุดเริ่มต้นที่จัดรูปแบบมาเป็นอย่างดี มีการกรองและปรับขนาดให้เหมาะกับคำถามทางธุรกิจที่สามารถตอบได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ โปรดดู[แบบจำลองข้อมูลของ Tableau](https://help.tableau.com/current/pro/desktop/th-th/datasource_datamodel.htm) [แนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่](https://help.tableau.com/current/pro/desktop/th-th/publish_datasources_about.htm) และ[การเปิดใช้การเข้าถึงข้อมูลที่มีการกำกับดูแลด้วย Tableau Data Server](https://www.tableau.com/th-th/asset/enabling-governed-access-tableau-data-server)

ไดอะแกรมด้านล่างนี้แสดงตำแหน่งขององค์ประกอบในแบบจำลองข้อมูลของ Tableau

![แผนภาพแสดง VizQL Model, แบบจำลองข้อมูล และแหล่งข้อมูล](/tableau/next/th-th/blueprint/th-th/Img/bp_governance_in_tableau_4.png)

เริ่มตั้งแต่เวอร์ชัน 2020.2 เป็นต้นไป แหล่งข้อมูลจะมีการเชื่อมต่อ แอตทริบิวต์การเชื่อมต่อ รวมถึงฟิสิคัลเลเยอร์และเลเยอร์ตรรกะภายในแบบจำลองข้อมูล เมื่อเชื่อมต่อแล้ว Tableau จะกำหนดลักษณะฟิลด์โดยอัตโนมัติเป็นมิติหรือการวัดต่างๆ นอกจากนี้แล้ว แบบจำลองข้อมูลยังจัดเก็บการคำนวณ นามแฝง และการจัดรูปแบบอีกด้วย เลเยอร์กายภาพรวมถึงตารางที่มีอยู่จริงที่กำหนดโดยการรวม การเชื่อม และ/หรือ SQL แบบปรับแต่งเอง แต่ละกลุ่มของตารางที่มีอยู่จริงตั้งแต่หนึ่งตารางขึ้นไปจะกำหนดตารางตรรกะ ซึ่งอยู่ในเลเยอร์ตรรกะร่วมกับความสัมพันธ์

ความสัมพันธ์เป็นวิธีใหม่ในการสร้างโมเดลข้อมูลที่มีความยืดหยุ่นมากกว่าการใช้การรวม ความสัมพันธ์อธิบายว่าสองตารางมีความเกี่ยวข้องกันอยางไร โดยอิงตามฟิล์ดที่มีเหมือนกัน แต่จะไม่รวมตารางเข้าด้วยกันซึ่งเป็นผลที่เกิดจากการรวม ความสัมพันธ์ทำให้มีข้อได้เปรียบหลายอย่างจากการใช้การรวม

- คุณไม่จำเป็นต้องกำหนดค่าประเภทการรวมระหว่างตาราง คุณแค่ต้องเลือกฟิลด์เพื่อกำหนดความสัมพันธ์
- ความสัมพันธ์จะใช้การรวม แต่จะเป็นไปโดยอัตโนมัติ ความสัมพันธ์เลื่อนการเลือกประเภทการรวมไปเป็นเวลาและบริบทของการวิเคราะห์
- Tableau ใช้ความสัมพันธ์สร้างการรวมที่ถูกต้องและการรวบรวมที่เหมาะสมโดยอัตโนมัติในระหว่างการวิคราะห์ โดยอิงตามบริบทปัจจุบันของฟิลด์ที่ใช้ในเวิร์กชีต
- รองรับตารางต่างๆ ที่ระดับของรายละเอียดที่แตกต่างกันในแหล่งข้อมูลเดียว ทำให้การใช้แหล่งข้อมูลเพื่อแสดงข้อมูลเดียวกันน้อยลง
- ค่าการวัดผลที่ไม่ตรงกันไม่ลดลง (ไม่มีข้อมูลสูญหายโดยไม่ได้ตั้งใจ)
- Tableau จะสร้างการค้นหาสำหรับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับมุมมองปัจจุบันเท่านั้น

ณ เวลาที่เรียกใช้ในโมเดล VizQL จะมีการสร้างหลายคิวรีแบบไดนามิกโดยอิงตามมิติและการวัดของการแสดงเป็นภาพ นอกจากนี้จะมีการใช้ตัวกรอง การรวม และการคำนวณตาราง Tableau ใช้ข้อมูลตามบริบทของตารางตรรกะที่แยกต่างหาก เพื่อกำหนดว่าจะใช้การรวมใดในการมอบการรวบรวมที่ถูกต้อง ซึ่งจะทำให้ผู้ใช้หนึ่งรายสามารถออกแบบแหล่งข้อมูลได้โดยไม่จำเป็นต้องทราบ วางแผน หรือรับผิดชอบต่อตัวแปรทั้งหมดของการวิเคราะห์ที่จะดำเนินการกับแหล่งข้อมูลโดยผู้ใช้รายอื่น Tableau Catalog ค้นพบและจัดดัชนีเนื้อหาทั้งหมดใน Tableau ซึ่งรวมถึงเวิร์กบุ๊ก แหล่งข้อมูล ชีต และโฟลว์

ผู้ดูแลข้อมูลหรือผู้เขียนที่มีสิทธิ์เข้าถึงแหล่งข้อมูลโดยตรงควรสร้างต้นแบบแหล่งข้อมูลเป็นแหล่งข้อมูลแบบฝังในเวิร์กบุ๊กของ Tableau จากนั้นสร้างแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ใน Tableau เพื่อแชร์แบบจำลองข้อมูล Tableau ที่เรียบเรียง ตามที่แสดงด้านล่างในเวิร์กโฟลว์การเข้าถึงโดยตรง

![โฟลว์ชาร์ตแสดงขั้นตอนในการเผยแพร่ข้อมูลไปยังโปรเจกต์แซนด์บ็อกซ์และรับรองข้อมูลนั้น](/tableau/next/th-th/blueprint/th-th/Img/bp_governance_in_tableau_5.png)

หากผู้เขียนไม่มีสิทธิ์เข้าถึงแหล่งข้อมูลโดยตรง พวกเขาจะพึ่งพา DBA หรือผู้ดูแลข้อมูลในการจัดหาแหล่งข้อมูลต้นแบบที่ฝังไว้ในเวิร์กบุ๊กของ Tableau หลังจากตรวจสอบและยืนยันว่ามีข้อมูลที่ต้องการแล้ว ผู้ดูแลไซต์หรือหัวหน้าโปรเจกต์จะสร้างแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ใน Tableau เพื่อแชร์แบบจำลองข้อมูล Tableau ตามที่แสดงด้านล่างในเวิร์กโฟลว์การเข้าถึงที่จำกัด

![โฟลว์ชาร์ตแสดงรายละเอียดขั้นตอนการรับรองแหล่งข้อมูล](/tableau/next/th-th/blueprint/th-th/Img/bp_governance_in_tableau_6.png)

รายการตรวจสอบเมตาดาต้าจะแสดงแนวทางปฏิบัติที่ดีที่สุดสำหรับการดูแลจัดการแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ คุณสามารถใช้การกำหนดมาตรฐานข้อมูลโดยใช้รายการตรวจสอบ เพื่อดำเนินธุรกิจด้วยการเข้าถึงข้อมูลแบบบริการตนเองที่มีการควบคุม ซึ่งใช้งานง่ายและเข้าใจง่าย ก่อนที่จะสร้างการดึงข้อมูลหรือแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ใน Tableau โปรดตรวจทานและใช้รายการตรวจสอบต่อไปนี้กับแบบจำลองข้อมูล Tableau

- ตรวจสอบความถูกต้องของแบบจำลองข้อมูล
- กรองและปรับขนาดการวิเคราะห์ได้ง่าย
- ใช้รูปแบบการตั้งชื่อที่เป็นมาตรฐานและเข้าใจง่าย
- เพิ่มคำเหมือนของชื่อฟิลด์และคำแนะนำที่กำหนดเองสำหรับ "สอบถามข้อมูล"
- สร้างลำดับชั้น (เส้นทางอย่างละเอียด)
- ตั้งประเภทข้อมูล
- ใช้การจัดรูปแบบ (วันที่, ตัวเลข)
- กำหนดวันที่เริ่มต้นปีบัญชี หากมี
- เพิ่มการคำนวณใหม่
- ลบการคำนวณหรือการทดสอบซ้ำ
- ป้อนคำอธิบายฟิลด์เป็นความคิดเห็น
- รวบรวมไปยังระดับสูงสุด
- ซ่อนฟิลด์ที่ไม่ได้ใช้

เริ่มตั้งแต่เวอร์ชัน 2019.3 เป็นต้นไปใน[การจัดการข้อมูล](https://help.tableau.com/current/server/th-th/dm_overview.htm) ทาง [Tableau Catalog](https://help.tableau.com/current/server/th-th/dm_catalog_overview.htm) จะค้นหาและจัดทำดัชนีเนื้อหาทั้งหมดใน Tableau รวมถึงเวิร์กบุ๊ก แหล่งข้อมูล ชีต และโฟลว์ การจัดทำดัชนี้ใช้ในการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเมตาดาต้า สคีมา และความเกี่ยวพันของเนื้อหา จากนั้น Tableau Catalog จะระบุรายการทั้งหมดของฐานข้อมูล ไฟล์ และตารางที่ใช้โดยเนื้อหาบนไซต์ Tableau Server หรือ Tableau Cloud จากเมตาดาต้า การทราบว่าข้อมูลของคุณมาจากไหนเป็นปัจจัยสำคัญต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูล และการทราบว่ามีใครบ้างที่ใช้ข้อมูลหมายถึง คุณสามารถวิเคราะห์ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงข้อมูลดังกล่าวในสภาพแวดล้อมของคุณ ฟีเจอร์ความเกี่ยวพันใน Tableau Catalog จะจัดดัชนี้ทั้งเนื้อหาภายในและภายนอก หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู[ใช้ความเกี่ยวพันในการประเมินผลกระทบ](https://help.tableau.com/current/server/th-th/dm_lineage.htm)

![แท็บ “ความเกี่ยวพัน” ที่ไฮไลต์ซึ่งแสดงลิงก์สำหรับฐานข้อมูล ตาราง คำสั่งซื้อ เวิร์กบุ๊ก ชีต และเจ้าของ](/tableau/next/th-th/blueprint/th-th/Img/dm_lineage_content.png)

![ความเกี่ยวพันแสดงตาราง Batters เป็นจุดยึด ](/tableau/next/th-th/blueprint/th-th/Img/dm_lineage_example.png)

เมื่อใช้ความเกี่ยวพัน คุณจะสามารถแกะรอยไปจนถึงเจ้าของเนื้อหาที่อยู่ตอนปลายของกราฟความเกี่ยวพันได้ รายชื่อเจ้าของจะรวมถึงทุกคนที่ได้รับการกำหนดให้เป็นเจ้าของเวิร์กบุ๊ก แหล่งข้อมูล หรือโฟลว์ และทุกคนที่ได้รับการกำหนดให้เป็นผู้ติดต่อสำหรับฐานข้อมูลหรือตารางในความเกี่ยวพัน หากจะทำการเปลี่ยนแปลง คุณสามารถส่งอีเมลให้เจ้าของเพื่อแจ้งให้ทราบถึงผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู[ใช้อีเมลติดต่อเจ้าของ](https://help.tableau.com/current/server/th-th/dm_lineage.htm#email)

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญสำหรับการจัดการเมตาดาต้า

- กระบวนการจัดการดูแลแหล่งข้อมูลคืออะไร
- มีการกำหนดขนาดแหล่งข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์ที่กำลังจะเกิดขึ้นแล้วหรือยัง
- มาตรฐานขององค์กรสำหรับกฎการตั้งชื่อและการจัดรูปแบบฟิลด์คืออะไร
- แบบจำลองข้อมูลของ Tableau ตรงกับเกณฑ์ทั้งหมดสำหรับการจัดการดูแลรวมถึงกฎการตั้งชื่อที่ใช้งานง่ายสำหรับผู้ใช้หรือไม่
- มีการกำหนด เผยแพร่ และผสานรวมรายการตรวจสอบของเมตาดาต้าเข้ากับกระบวนการตรวจสอบความถูกต้อง การเพิ่มระดับ และการรับรองแล้วหรือยัง

### การตรวจสอบติดตามและการจัดการ

การติดตามตรวจสอบเป็นส่วนที่สำคัญมากในโมเดลของการบริการตนเอง เนื่องจากเป็นส่วนที่ทำให้ฝ่าย IT และผู้ดูแลระบบเข้าใจว่ามีการใช้ข้อมูลอย่างไรบ้าง ดำเนินการเชิงรุก และตอบสนองต่อการใช้งาน ประสิทธิภาพ การเชื่อมต่อข้อมูล และความล้มเหลวในการรีเฟรชได้ ฝ่าย IT จะใช้การผสมผสานเครื่องมือและตัวกำหนดเวลางาน เพื่อนำเข้าและตรวจสอบติดตามข้อมูลดิบและสถานะของเซิร์ฟเวอร์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับมาตรฐานของฐานข้อมูลในบริษัทของคุณ

ในขณะที่ผู้ใช้ธุรกิจใช้ประโยชน์จากข้อมูลเพื่อการตัดสินใจที่ชาญฉลาดยิ่งขึ้นนั้น ผู้ดูแลระบบก็ได้รับอำนาจในการตัดสินใจเกี่ยวกับการปรับใช้ Tableau ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลเช่นกัน เมื่อมีมุมมองเริ่มต้นของผู้ดูแลระบบและมุมมองที่กำหนดเองของผู้ดูแลระบบของ Tableau Server แล้ว ผู้ดูแลระบบ Tableau Server และไซต์จะใช้มุมมองเริ่มต้นของผู้ดูแลระบบเพื่อตรวจสอบติดตามสถานะของการรีเฟรชการแยกข้อมูล การใช้ประโยชน์จากแหล่งข้อมูล รวมถึงการส่งมอบการสมัครรับข้อมูลและการแจ้งเตือนต่างๆ มุมมองที่กำหนดเองของผู้ดูแลระบบจะสร้างขึ้นจากข้อมูลในที่เก็บของ Tableau Server ใน Tableau Cloud ผู้ดูแลเว็บไซต์มีสิทธิ์เข้าถึงฟีเจอร์[ติดตามตรวจสอบกิจกรรมในเว็บไซต์](https://help.tableau.com/current/online/th-th/to_adminview_section.htm)ด้วยมุมมองเริ่มต้นของผู้ดูแลระบบ และสามารถ[ใช้ข้อมูลเชิงลึกของผู้ดูแลสร้างมุมมองที่กำหนดเอง](https://help.tableau.com/current/online/th-th/adminview_insights.htm) สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู[การติดตามตรวจสอบของ Tableau](https://help.tableau.com/v0.0/blueprint/th-th/bp_monitoring.htm) และ[การวัดผลการมีส่วนร่วมและการปรับใช้ของผู้ใช้ Tableau](https://help.tableau.com/v0.0/blueprint/th-th/bp_measure_user_engagement.htm)  

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญสำหรับการตรวจสอบติดตามและการจัดการ

- มีการกำหนดเวลาสำหรับเวลาที่ต้องใช้ในการรีเฟรชการแยกข้อมูลหรือไม่
- มีการติดตามตรวจสอบการนำเข้าข้อมูลดิบจากระบบแหล่งข้อมูลอย่างไรบ้าง ทำงานเสร็จสมบูรณ์สำเร็จหรือไม่
- มีแหล่งข้อมูลที่ซ้ำกันหรือไม่
- มีกำหนดเวลาให้รีเฟรชการแยกข้อมูลเมื่อใด การแยกข้อมูลบนเซิร์ฟเวอร์ใช้เวลานานเท่าใด การรีเฟรชสำเร็จหรือล้มเหลว
- มีกำหนดเวลาสำหรับการสมัครรับข้อมูลหลังจากที่รีเฟรชการแยกข้อมูลหรือไม่
- มีการใช้แหล่งข้อมูลหรือไม่ โดยใครบ้าง เป็นอย่างไรเมื่อนำไปเปรียบเทียบกับขนาดกลุ่มเป้าหมายที่คาดหวัง
- กระบวนการนำแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ที่เก่าแล้วออกคืออะไร

### บทสรุปการกำกับดูแลข้อมูล

การมีความสมดุลระหว่างการควบคุมและความคล่องตัวมีความสำคัญมาก แม้จะมีนโยบายการกำกับดูแลที่เข้มงวด แต่ผู้ใช้มักจะไปตามเส้นทางของการบันทึกข้อมูลที่ละเอียดอ่อนและการวิเคราะห์ในเครื่องเพื่อให้วิเคราะห์ได้อย่างรวดเร็ว ในสภาพแวดล้อมของการบริการตนเอง บทบาทของการกำกับดูแลข้อมูลคือการให้สิทธิ์เข้าถึงข้อมูลและช่วยให้ลูกค้าได้รับคำตอบที่ต้องการไปพร้อมๆ กับการตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการบังคับใช้การรักษาความปลอดภัย ถึงแม้ว่าทุกองค์กรจะมีข้อกำหนดที่แตกต่างกัน ตารางด้านล่างจะอธิบายสถานะที่เหมาะสมสำหรับการกำกับดูแลการเข้าถึงข้อมูลแบบบริการตนเอง ดังนี้

<table class="table--plain"><thead><tr><th><p>ด้าน</p></th><th><p>ผู้ดูแลระบบ IT/<br>มืออาชีพด้าน BI</p></th><th><p>ผู้เขียนเนื้อหา</p></th></tr></thead><tbody><tr><td><p>การจัดการแหล่งข้อมูล</p></td><td><p>ให้สิทธิ์เข้าถึงแหล่งข้อมูลและปฏิบัติตามกลยุทธ์ นโยบาย และขั้นตอนของข้อมูลในองค์กร<br></p></td><td><p>กำหนด จัดการ และอัปเดตแบบจำลองข้อมูลที่ใช้วิเคราะห์</p></td></tr><tr><td><p>คุณภาพข้อมูล</p></td><td><p>กำหนดกระบวนการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลและสร้างความน่าเชื่อถือในความถูกต้องของข้อมูลสำหรับใช้ในการตัดสินใจ<br></p></td><td><p>บันทึกและเปิดเผยกฎการล้างข้อมูลที่ใช้กับแบบจำลองข้อมูลที่เผยแพร่</p></td></tr><tr><td><p>การเพิ่มความสมบูรณ์และการจัดเตรียม</p></td><td><p>สร้างกระบวนการ ETL จากแหล่งข้อมูลหลายแหล่งเพื่อทำให้ข้อมูลพร้อมสำหรับการวิเคราะห์<br></p></td><td><p>บันทึกและเปิดเผยกฎการเพิ่มความสมบูรณ์และการจัดเตรียมที่ใช้กับแบบจำลองข้อมูลที่เผยแพร่</p></td></tr><tr><td><p>การรักษาความปลอดภัยของข้อมูล</p></td><td><p>กำหนดพารามิเตอร์การรักษาความปลอดภัยและการควบคุมการเข้าถึงแบบจำลองข้อมูลที่เผยแพร่<br></p></td><td><p>ปฏิบัติตามนโยบายการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลองค์กรและข้อบังคับภายนอก</p></td></tr><tr><td><p>การจัดการเมตาดาต้า</p></td><td><p>กำหนดนโยบายองค์กรและกระบวนการสำหรับการจัดการเมตาดาต้า<br></p></td><td><p>กำหนด อัปเดต และเปิดเผยเมตาดาต้าในระดับฟิลด์สำหรับผู้ใช้</p></td></tr><tr><td><p>การตรวจสอบติดตามและการจัดการ</p></td><td><p>ตรวจสอบติดตามและตรวจสอบความถูกต้องของการใช้งานเพื่อให้แน่ใจได้ถึงการปฏิบัติตามกฎและการใช้งานสินทรัพย์ข้อมูลอย่างเหมาะสม<br></p></td><td><p>ตรวจสอบติดตามและติดตามเมตริกการใช้งานของแบบจำลองข้อมูลที่ได้รับการจัดการแบบรวมศูนย์</p></td></tr></tbody></table>

## การกำกับดูแลเนื้อหาใน Tableau

ในขณะที่การวิเคราะห์มีการใช้งานมากขึ้น การตัดสินใจทางธุรกิจที่มีความสำคัญมากต่อภารกิจที่มีจำนวนมากขึ้นจะกลายเป็นแบบขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ผลกระทบสุทธิไม่ใช่แค่ปริมาณเนื้อหาที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังทำให้ทักษะระดับต่างๆ ของผู้ใช้ที่จะทำงานร่วมกันเพิ่มขึ้นและค้นพบข้อมูลเชิงลึกที่มีคุณค่ามากขึ้นด้วย บุคลากรที่ใช้ข้อมูลในแต่ละวันมีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องสามารถรักษาความปลอดภัยและกำกับดูแลเนื้อหา Tableau ตลอดจนทำให้น่าเชื่อถือได้และจัดระเบียบได้ด้วย เพื่อให้บุคลากรสามารถค้นพบ บริโภค และสร้างเนื้อหาได้อย่างเชื่อมั่น หากไม่มีการกำกับดูแลเนื้อหา ผู้ใช้จะพบว่าการค้นหาสิ่งที่พวกเขาต้องการท่ามกลางเวิร์กบุ๊กและแหล่งข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง เป็นข้อมูลเก่าหรือข้อมูลซ้ำได้ยากมากขึ้น

การกำกับดูแลเนื้อหาเกี่ยวข้องกับกระบวนการที่ดูแลให้เนื้อหามีความเกี่ยวข้องและเป็นปัจจุบันเสมอ เช่น การทราบว่าจะเลิกใช้เนื้อหาเมื่อใด เพราะจะไม่มีการเข้าชมเนื้อหาดังกล่าวตามที่คาดหวังหรือจะไม่มีการค้นหาสาเหตุที่ไม่มีใครใช้แดชบอร์ดที่สำคัญในการตัดสินใจ ความรับผิดชอบต่อการตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการปฏิบัติตามนโยบายการกำกับดูแลเนื้อหาขององค์กร เป็นความรับผิดชอบหลักของผู้เขียนเนื้อหา

ส่วนนี้จะมีแนวทางหลักสำหรับผู้ดูแลระบบ IT และผู้ใช้ธุรกิจ ซึ่งเป็นแนวคิดที่สนับสนุนฟีเจอร์การกำกับดูแลเนื้อหาของ Tableau และคำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการใช้แนวคิดเหล่านี้จัดการเนื้อหาที่สร้างขึ้นในแพลตฟอร์มการวิเคราะห์ที่ทันสมัย

### การจัดการเนื้อหา

การกำหนดโครงสร้างการจัดระเบียบเนื้อหาให้มีความสอดคล้องกันจะช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถจัดการเนื้อหาและทำให้เนื้อหาถูกค้นพบได้โดยผู้ใช้มากขึ้น Tableau Server และ Tableau Cloud มอบความยืดหยุ่นที่ต้องการในการกำหนดโครงสร้างสภาพแวดล้อมและจัดการเนื้อหาตามข้อกำหนดการกำกับดูแลที่เฉพาะเจาะจงของคุณ การกำหนดโครงสร้างไซต์ของคุณอย่างรอบคอบจะช่วยให้คุณสามารถส่งมอบการวิเคราะห์การบริการตนเองอย่างแท้จริงได้ตามขนาด และทำให้แน่ใจได้ว่ามีการใช้ข้อมูลอย่างมีความรับผิดชอบเพื่อช่วยให้ผู้ใช้ของคุณสามารถค้นพบและแชร์ข้อมูลเชิงลึกได้

#### โปรเจกต์

หากต้องการแชร์และทำงานร่วมกัน ผู้ใช้จะสร้างและเผยแพร่เนื้อหาไปยังโปรเจกต์ใน Tableau Server sinv Tableau Cloud โปรเจกต์เป็นคอนเทนเนอร์เริ่มต้นที่ใช้ในการจัดระเบียบและรักษาความปลอดภัยให้เนื้อหา โดยจะเก็บเวิร์กบุ๊ก แหล่งข้อมูล โฟลว์ และโปรเจกต์ที่ซ้อนกันไว้ในนั้น ซึ่งจะเป็นการสร้างโครงสร้างที่ปรับขนาดได้สำหรับจัดการการเข้าถึงเนื้อหาที่เผยแพร่ไปยัง Tableau

องค์กรไม่ได้คงที่อยู่เสมอ และวิธีการที่คุณควบคุมเนื้อหาของคุณก็เช่นกัน โปรเจกต์และโปรเจกต์ที่ซ้อนกันทำหน้าที่คล้ายโฟลเดอร์ระบบไฟล์ เพื่อให้โครงสร้างแบบลำดับชั้นที่รวบรวมข้อมูลและเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้ กลุ่ม และสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องและสะท้อนถึงธุรกิจของคุณ มีเพียงผู้ดูแลระบบเท่านั้นที่สามารถสร้างโครงการระดับสูงสุดได้ แต่การมอบหมายโปรเจกต์ที่ซ้อนกันให้เจ้าของโปรเจกต์หรือหัวหน้าโปรเจกต์ตามความต้องการที่เฉพาะเจาะจงนั้นจะง่ายกว่า แนวทางการจัดการเนื้อหาทั่วไป ได้แก่ องค์กร (ตามแผนก/ทีม), สายงาน (ตามหัวข้อ) หรือแบบไฮบริด (การผสมผสานระหว่างองค์กรและสายงาน) ในการวางแผนโครงสร้างเนื้อหา ทีมงาน Tableau ข้ามสายงานควรกำหนดกฎการตั้งชื่อที่สอดคล้องกันสำหรับโปรเจกต์และกลุ่มที่จะเข้าถึงได้

ตัวอย่างเช่น การปรับใช้ Tableau Server เริ่มต้น จะมีการเตรียมพร้อมให้แผนกการขาย การตลาด และ IT โดยจะมีการสร้างโครงการระดับบนสุดสำหรับแต่ละแผนกตามโครงสร้างองค์กร ผู้ใช้ในสามแผนกนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของทีมการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลข้ามสายงานด้วย เนื่องจากเนื้อหาในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลครอบคลุมผู้ใช้หลายแผนก จึงจำเป็นต้องมีโปรเจกต์แยกต่างหากที่ชื่อ "การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล" ด้วย ผู้ใช้จากแต่ละแผนกที่เกี่ยวข้องจะเป็นอยู่ในกลุ่มที่มีสิทธิ์เข้าถึง ผู้ใช้และกลุ่มจะเห็นเฉพาะโปรเจกต์ที่ตนมีสิทธิ์เข้าถึง ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลกับจำนวนโปรเจกต์ที่คุณเห็นในฐานะผู้ดูแลระบบ

![แผนภาพของโฟลเดอร์ 5 โฟลเดอร์ โดยแต่ละโฟลเดอร์จะมีป้ายกำกับแผนกที่แตกต่างกัน](/tableau/next/th-th/blueprint/th-th/Img/bp_TopLevel.png)

#### โปรเจกต์แซนด์บ็อกซ์และโปรเจกต์ที่ได้รับการรับรอง

จำเป็นต้องใช้โปรเจกต์แซนด์บ็อกซ์และโปรเจกต์การนำไปใช้จริงในการสนับสนุนการบริการตนเอง โปรเจกต์แซนด์บ็อกซ์มีเนื้อหาเฉพาะกิจหรือเนื้อหาที่ได้รับการรับรอง ส่วนโปรเจกต์การนำไปใช้จริงมีเนื้อหาที่ได้รับการรับรองและผ่านการตรวจสอบความถูกต้อง ผู้ใช้ควรทราบถึงวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันระหว่างโปรเจกต์สองประเภทนี้ ผู้เขียนเนื้อหาทั้งหมดที่มีสิทธิ์เข้าถึงโปรเจกต์แซนด์บ็อกซ์จะสามารถสำรวจข้อมูล เนื้อหาของผู้เขียน และดำเนินการวิเคราะห์แบบเฉพาะกิจได้โดยอิสระ เนื้อหาที่ได้รับการรับรองและผ่านการตรวจสอบความถูกต้องของโปรเจกต์การนำไปใช้จริง หมายถึงเนื้อหาที่ได้รับความน่าเชื่อถือและความเชื่อมั่นในระดับสูงสำหรับการตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล

การเผยแพร่ไปยังโครงการนำไปใช้จริงจะจำกัดเฉพาะผู้ใช้กลุ่มเล็กๆ ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบความถูกต้อง เพิ่มระดับ และรับรองเนื้อหาสำหรับตำแหน่งที่ตั้งนี้เท่านั้น ควรมอบหมายงานจัดการเนื้อหาเหล่านี้ให้ผู้ใช้ที่เป็นเจ้าของโปรเจกต์และหัวหน้าโปรเจกต์ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูการดูแลระบบในระดับโปรเจกต์ ([Tableau Server](https://help.tableau.com/current/server/th-th/projects.htm#projectlevel-administration) | [Tableau Cloud](https://help.tableau.com/current/online/th-th/projects.htm#projectlevel-administration)) บทบาทและกระบวนการตรวจสอบความถูกต้อง การเพิ่มระดับ และการรับรองเนื้อหาจะอธิบายไว้ในตอนท้ายของหัวข้อนี้

ไดอะแกรมด้านล่างแสดงลำดับชั้นโปรเจกต์ของแผนกการขายและโปรเจกต์แหล่งข้อมูลของแผนกการขาย ซึ่งมีแหล่งข้อมูลของทั่วทั้งแผนก โปรเจกต์ที่ซ้อนกันในโปรเจกต์ของแผนกการขายจะแมปกับพื้นที่ขาย กลุ่มที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้ภายในแต่ละพื้นที่จะมีสิทธิ์เข้าถึงโปรเจกต์ที่ซ้อนกันในระดับพื้นที่ที่เหมาะสม เนื้อหาที่สร้างขึ้นตามพื้นที่จะอยู่ข้างโปรเจกต์ที่ซ้อนกันอยู่ภายในพื้นที่ ซึ่งจะใช้สำหรับจัดระเบียบและรักษาความปลอดภัยตามที่ต้องการ การเริ่มต้นด้วยโครงสร้างองค์กรของคุณเป็นจุดที่เหมาะสำหรับการเริ่มแมปโครงสร้างเนื้อหา Tableau ของคุณ เนื่องจากแผนกต่างๆ มักจะมีการรักษาความปลอดภัย ข้อมูล และการเข้าถึงแอปพลิเคชันที่สอดคล้องกับหน้าที่งานของตนอยู่แล้ว

![ลำดับชั้นของโปรเจกต์การขาย](/tableau/next/th-th/blueprint/th-th/Img/bp_Sales.png)

ตัวอย่างเกี่ยวกับทีมในแผนก เช่น แผนกการตลาดจะขยายสาขาออกไปเพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับทรัพยากรที่ใช้ร่วมกัน เช่น เนื้อหาและแหล่งข้อมูลที่นำไปใช้จริงทั่วทั้งแผนก แต่จากนั้นจะล็อกทรัพยากรที่เฉพาะเจาะจงสำหรับกลุ่ม เช่น Digital ซึ่งมีโปรเจกต์นำไปใช้จริงและโปรเจกต์แซนด์บ็อกซ์ของตนเอง ลำดับชั้นของโปรเจกต์การตลาดแสดงอยู่ด้านล่างนี้

![ลำดับชั้นของโปรเจกต์การตลาด](/tableau/next/th-th/blueprint/th-th/Img/bp_Marketing.png)

ควรจัดการสิทธิ์ที่ระดับโปรเจกต์โดยใช้โปรเจกต์และกลุ่มที่ถูกล็อกไว้ เพื่อบังคับใช้กับสิทธิ์ที่มีการกำกับดูแลในการเข้าถึงเนื้อหาและทำให้การดูแลระบบง่ายขึ้น แม้ว่าจะสามารถจัดการสิทธิ์ที่ระดับรายการด้วยโปรเจกต์ที่ปลดล็อกแล้วได้ก็ตาม แต่ไม่นานก็จะยากต่อการจัดการ โครงการที่ล็อกไว้จะรักษาความปลอดภัยให้ข้อมูลไปพร้อมๆ กับการมอบการทำงานร่วมกันข้ามโปรเจกต์เมื่อคุณต้องการ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู "ใช้โปรเจกต์จัดการสิทธิ์การเข้าถึงเนื้อหา" ([Windows](https://help.tableau.com/current/server/th-th/projects.htm) | [Linux](https://help.tableau.com/current/server-linux/th-th/projects.htm))

การเปิดตัวโปรเจกต์ที่ซ้อนกันที่ล็อกไว้ในเวอร์ชัน 2020.1 ทำให้สามารถล็อกโปรเจกต์ได้ทุกระดับในลำดับชั้นของโปรเจกต์ โดยไม่คำนึงว่าจะมีการล็อกพาเรนต์ไว้ด้วยสิทธิ์ที่ต่างกันหรือไม่ ผู้ดูแลระบบ Tableau Server และไซต์ และผู้ดูแลไซต์ของ Tableau Cloud สามารถจัดการเนื้อหาและสิทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นโดยการมอบหมายความรับผิดชอบในการจัดการเนื้อหาให้กับเจ้าของโปรเจกต์หรือหัวหน้าโปรเจกต์ที่ใกล้ชิดกับงานมากกว่า พวกเขาจะใช้โปรเจกต์ที่ซ้อนกันที่ถูกล็อกด้วยโมเดลสิทธิ์ที่ตรงกับความต้องการที่เฉพาะเจาะจงของกลุ่มในทุกระดับในลำดับชั้น

![กล่องโต้ตอบการตั้งค่าสิทธิ์ของเนื้อหาเพื่ออนุญาตให้นำสิทธิ์ของโปรเจกต์ไปใช้กับโปรเจกต์ที่ซ้อนกัน](/tableau/next/th-th/blueprint/th-th/Img/bp_LockedNested.png)

ตรวจสอบการ**นำไปใช้กับโปรเจกต์ที่ซ้อนกัน**เพื่อล็อกโปรเจกต์ที่ซ้อนกันได้โดยอิสระจากกัน

#### คอลเลกชัน

[คอลเลกชัน](https://help.tableau.com/current/pro/desktop/th-th/collections.htm) เปิดตัวในเวอร์ชัน 2021.2 พร้อมคอนเทนเนอร์ออนไลน์สำหรับเนื้อหา ลองนึกถึงคอลเลกชันในรูปแบบเพลย์ลิสต์ที่คุณจะค้นหาใน Spotify ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้คุณสามารถจัดการดูแลการผสมผสานเนื้อหาที่คุณต้องการแชร์กับคนอื่นๆ ฟังก์ชันการทำงานนี้แตกต่างจากการกำหนดรายการโปรดที่คุณไม่สามารถแชร์ให้คนอื่นๆ ได้

การเริ่มใช้งานคอลเลกชันเป็นเรื่องง่ายและพร้อมใช้งานสำหรับทุกบทบาทในไซต์ของผู้ใช้ Tableau

คุณสามารถเพิ่มเนื้อหาได้เกือบทุกประเภท (เช่น เวิร์กบุ๊ก มุมมอง เมตริก แหล่งข้อมูล เป็นต้น) ไปยังคอลเลกชันจากทุกตำแหน่งในไซต์เดียว ไม่ว่าโปรเจกต์จะมีตำแหน่งอยู่ที่ใด วิธีนี้เป็นวิธีที่ยืดหยุ่นสำหรับการเตรียมความพร้อมให้สมาชิกใหม่ สนับสนุนเวิร์กโฟลว์ และแชร์เนื้อหาที่เกี่ยวข้องโดยไม่ต้องย้ายหรือทำสำเนารายการที่มีอยู่ ยังคงบังคับใช้สิทธิ์ในรายการ ดังนั้นจึงมีเฉพาะผู้ใช้ที่เหมาะสมเท่านั้นที่จะเห็นและมีสิทธิ์เข้าถึงเนื้อหาที่อยู่ในคอลเลกชัน

การใช้คอลเลกชันเป็นส่วนหนึ่งของกรอบงานการจัดการเนื้อหาขององค์กรมีหลายวิธีด้วยกัน ดำเนินการตามตัวอย่างข้างต้นต่อไป โดยจินตนาการว่าองค์กรของคุณมีหลายโปรเจกต์ (แผนกการขายและแผนกการตลาด) คุณต้องการทำให้ผู้ใช้สามารถค้นหาเนื้อหาที่เกี่ยวข้องได้อย่างง่ายดายจากทั่วทั้งโปรเจกต์เหล่านี้ ดังนั้นคุณจึงสร้างคอลเลกชัน ขณะนี้ทีมสามารถทำให้เห็นภาพที่สมบูรณ์เกี่ยวกับหัวข้อได้อย่างง่ายดายจากตำแหน่งที่ตั้งเดียว

#### แซนด์บ็อกซ์ส่วนบุคคล

หากต้องการจัดหาตำแหน่งที่ตั้งหนึ่งๆ เพื่อให้บุคลากรทั้งหมดสามารถบันทึกงานของตนเองบน Tableau Server หรือ Tableau Cloud ได้อย่างปลอดภัย คุณควรสร้างแซนด์บ็อกซ์ส่วนบุคคลรายการเดียวเพื่อจำกัดให้เจ้าของเนื้อหาสามารถดูได้เฉพาะรายการของตนเองเท่านั้น สามารถใช้แซนด์บ็อกซ์ส่วนบุคคลสำหรับการวิเคราะห์แบบเฉพาะกิจและหรือการวิเคราะห์ที่อยู่ในระหว่างดำเนินการ และซ่อนเนื้อหาที่ยังไม่พร้อมจะเปิดตัวในวงกว้าง เมื่อพร้อมแล้ว ผู้ใช้สามารถย้ายเนื้อหาของตนไปยัแซนด์บ็อกซ์ของแผนกสำหรับกระบวนการตรวจสอบความถูกต้อง การเพิ่มระดับ และการรับรอง แซนด์บ็อกซ์ส่วนบุคคลรายการเดียวสำหรับผู้ใช้ทั้งหมดจะลดค่าใช้จ่ายในการดูแลระบบโดยการลดจำนวนของโปรเจกต์ที่จะต้องรักษาความปลอดภัยและจัดการ หลังจากสร้างโปรเจกต์ระดับสูงสุดชื่อ "Personal Sandbox (แซนด์บ็อกซ์ส่วนบุคคล)" แล้ว ให้กำหนดสิทธิ์ในโปรเจกต์สำหรับ "All Users to Publish (ผู้ใช้ทั้งหมดที่สามารถเผยแพร่ได้)", **None (ไม่มี)** สำหรับเวิร์กบุ๊ก และ **None (ไม่มี)** สำหรับแหล่งข้อมูล, **None (ไม่มี)** สำหรับโฟลว์ และ **None (ไม่มี)** สำหรับเมตริก (ฟีเจอร์เมตริกแบบเดิมเลิกใช้แล้วในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 สำหรับ Tableau Cloud และใน Tableau Server เวอร์ชัน 2024.2 หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู[สร้างและแก้ไขปัญหาเมตริก (เลิกใช้)](https://help.tableau.com/current/online/th-th/metrics_create.htm))

![ตารางกฎของสิทธิ์แสดงตัวเลือกสำหรับผู้ใช้ทั้งหมด](/tableau/next/th-th/blueprint/th-th/Img/bp_PermissionPubOnly.png)

ผู้เผยแพร่มีสิทธิ์ในระดับโปรเจกต์เท่านั้น

เมื่อมีเนื้อหาของแซนด์บ็อกซ์ส่วนบุคคลในตำแหน่งที่ตั้งเดียว ผู้ดูแลระบบสามารถตรวจสอบติดตามว่ามีการดูเนื้อหาบ่อยเพียงใด ให้คำแนะนำเจ้าของว่าเมื่อใดที่ควรลบเนื้อหาเก่า และตรวจสอบว่าใครที่ใช้ประโยชน์สูงสุดจากแซนด์บ็อกซ์ส่วนบุคคล เจ้าของเนื้อหาสามารถดูเนื้อหาของตนเองได้เสมอ แม้ว่าจะเผยแพร่ไปแล้วในโปรเจกต์ที่ตนปฏิเสธความสามารถในการดูเวิร์กบุ๊กและแหล่งข้อมูลก็ตาม ส่วนถัดไปจะอธิบายเกี่ยวกับการให้สิทธิ์โดยละเอียด

#### ไซต์

ทั้ง Tableau Server และ Tableau Cloud ต่างก็รองรับผู้เช่าหลายรายที่ใช้ไซต์ ใน Tableau Server คุณสามารถสร้างหลายไซต์เพื่อกำหนดขอบเขตการรักษาความปลอดภัยที่แยกเดี่ยวผู้ใช้บางราย ผู้ใช้บางกลุ่ม ข้อมูลหรือเนื้อหาบางรายการบนการปรับใช้ Tableau Server เดียวกัน ผู้ใช้ของไซต์หนึ่งจะไม่มีสิทธิ์เข้าถึงไซต์อื่น ซี่งรวมถึงความสามารถในการมองเห็นการมีอยู่ด้วย เนื่องจากขอบเขตที่เข้มงวด ไซต์จึงใช้งานได้ดีเมื่อมีความจำเป็นที่ผ่านการคิดอย่างรอบคอบในการไม่อนุญาตให้ผู้ใช้ทำงานร่วมกัน หรือเมื่อเนื้อหายังคงแยกกันอยู่ได้ในระหว่างเฟสของการพัฒนาทั้งหมด

ยกตัวอย่างเช่น ไดอะแกรมด้านล่างแสดงไซต์ Tableau Server สองรายการ ในตัวอย่างนี้ ผู้ใช้ที่ไม่ซ้ำกันในไซต์ 1 ไม่มีสิทธิ์เข้าถึงไซต์ 2 ซึ่งรวมถึงข้อมูลและเนื้อหา ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์เข้าถึงทั้งไซต์ 1 และไซต์ 2 จะสามาถรลงชื่อเข้าสู่ระบบได้ทีละหนึ่งไซต์เท่านั้น หากมีเนื้อหาที่ผู้ใช้ทั้งสองไซต์ต้องการใช้งาน จำเป็นต้องทำสำเนาเนื้อหาดังกล่าวไว้ในแต่ละไซต์ หรือสร้างไซต์ใหม่สำหรับเนื้อหาที่ใช้ร่วมกันให้กับผู้ใช้เหล่านี้ ซึ่งจะทำให้เกิดค่าใช้จ่ายในการดูแลระบบเยอะขึ้นมากในการที่จะตรวจสอบติดตาม วัดผล และบำรุงรักษา ใน Tableau Cloud อินสแตนซ์ของ Tableau คือไซต์เดียว

![แผนภาพของไซต์ Tableau Server สองไซต์ที่มีขอบเขตที่แน่ชัด](/tableau/next/th-th/blueprint/th-th/Img/bp_SiteDiagram.png)

ไซต์สร้างขอบเขตที่เข้มงวด (ดูไดอะแกรมด้านบน)

ในตอนเริ่มแรก ไซต์ใน Tableau Server อาจดูเหมือนเป็นโครงสร้างที่มีประโยชน์สำหรับการแบ่งเซกเมนต์แหล่งข้อมูล เวิร์กบุ๊ก และผู้ใช้ แต่ขอบเขตการรักษาความปลอดภัยจะห้ามไม่ให้ทำงานร่วมกันและห้ามไม่ให้เพิ่มระดับเนื้อหาที่องค์กรส่วนใหญ่ต้องการสำหรับการบริการตนเองอย่างแท้จริงตามขนาด ด้วยเหตุนี้ จึงควรพิจารณาอย่างรอบคอบถึงความเกี่ยวพันของการใช้ไซต์แทนที่จะพิจารณาโปรเจกต์ในไซต์เดียวที่มีความรับผิดชอบในการจัดการเนื้อหาที่ได้รับมอบหมาย เพื่อให้เห็นภาพขอบเขตที่เข้มงวดในทั่วทุกไซต์ คุณจึงต้องสร้างแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องอีกครั้งในอินสแตนซ์ใหม่เมื่อสร้างไซต์ใหม่

ไซต์ใหม่ควรสร้างขึ้นเมื่อคุณจำเป็นต้องจัดการชุดของผู้ใช้ที่ไม่ซ้ำกันรวมถึงเนื้อหาของพวกเขาโดยแยกออกจากผู้ใช้ Tableau และเนื้อหาอื่นๆ ทั้งหมด เนื่องจากเนื้อหามีจุดมุ่งหมายที่จะไม่ให้แชร์ข้ามขอบเขต สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า เมื่อใดที่ควรจะใช้ไซต์ โปรดดูภาพรวมของไซต์ ([Windows](https://help.tableau.com/current/server/th-th/sites_intro.htm) | [Linux](https://help.tableau.com/current/server-linux/th-th/sites_intro.htm))

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญสำหรับการจัดการเนื้อหา

- จะมีการแชร์เวิร์กบุ๊กและแหล่งข้อมูลในทั่วทั้งบริษัทหรือไม่
- จะมีการใช้ไซต์ในการแยกเนื้อหาหรือแผนกที่มีความละเอียดอ่อนหรือไม่
- โปรเจกต์จะใช้แนวทางระดับองค์กร (แผนก/ทีม), หน้าที่งาน (หัวข้อ) หรือแบบไฮบริดหรือไม่
- มีการตั้งค่าโปรเจกต์แซนด์บ็อกซ์และโปรเจกต์การนำไปใช้จริงเพื่อรองรับเนื้อหาเฉพาะกิจและเนื้อหาที่ตรวจสอบความถูกต้องแล้วหรือยัง
- มีการใช้กฎการตั้งชื่อเนื้อหาหรือไม่
- ผู้เขียนเผยแพร่หลายสำเนาของเวิร์กบุ๊กเดียวกันด้วยการเลือกตัวกรองที่แตกต่างกันหรือไม่
- เนื้อหามีคำอธิบาย แท็ก และสอดคล้องกับลักษณะการแสดงผลหรือไม่
- คุณมีความคาดหวังเกี่ยวกับเวลาโหลดและกระบวนการที่เป็นข้อยกเว้นหรือไม่
- หลังจากที่พนักงานออกจากบริษัท อะไรคือกระบวนการในการกำหนดเจ้าของเนื้อหาอีกครั้ง

### การให้สิทธิ์

เมื่อผู้ใช้พยายามเข้าสู่ระบบ Tableau การตรวจสอบสิทธิ์จะยืนยันตัวตนของผู้ใช้ ทุกคนที่จำเป็นต้องเข้าถึง Tableau Server ต้องปรากฏเป็นผู้ใช้ในที่เก็บข้อมูลประจำตัวของ Tableau Server ([Windows](https://help.tableau.com/current/server/th-th/plan_identity_store.htm) | [Linux](https://help.tableau.com/current/server-linux/th-th/plan_identity_store.htm)) [การตรวจสอบสิทธิ์ของ Tableau Cloud](https://help.tableau.com/current/online/th-th/security_auth.htm) รองรับ Tableau, Google และ SAML ในการยืนยันข้อมูลประจำตัวของผู้ใช้ การให้สิทธิ์หมายถึงวิธีและสิ่งที่ผู้ใช้สามารถเข้าถึงได้ใน Tableau Server และ Tableau Cloud หลังจากที่ผู้ใช้ได้รับการรับรองความถูกต้องแล้ว การให้สิทธิ์รวมสิ่งต่อไปนี้

- สิ่งที่ผู้ใช้ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการกับเนื้อหาที่โฮสต์อยู่บน Tableau Server และ Tableau Cloud ซึ่งรวมถึงไซต์ โปรเจกต์ เวิร์กบุ๊ก มุมมอง แหล่งข้อมูล และโฟลว์ต่างๆ
- งานที่ผู้ใช้ได้รับอนุญาตให้ดูแลระบบ Tableau Server และ Tableau Cloud เช่น การกำหนดค่าเซิร์ฟเวอร์หรือการตั้งค่าไซต์ การเรียกใช้เครื่องมือบรรทัดคำสั่ง การสร้างไซต์ และงานอื่นๆ

การให้สิทธิ์ให้ดำเนินการเหล่านี้จะจัดการโดย Tableau Server และ Tableau Cloud และจะกำหนดโดยการผสมผสานประเภทสิทธิ์การใช้งานของผู้ใช้ บทบาทในไซต์ และสิทธิ์ที่เกี่ยวข้องกับเอนทิตีที่เฉพาะเจาะจง เช่น เวิร์กบุ๊ก และแหล่งข้อมูล สิทธิ์การใช้งานตามบทบาทของ Tableau มีการกำกับดูแลในตัวแบบโดยนัย เนื่องจากความสามารถที่มีอยู่ในสิทธิ์ดังกล่าว สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับความสามารถที่เฉพาะเจาะจงตามสิทธิ์การใช้งานแต่ละสิทธิ์ โปรดดู [Tableau สำหรับทีมและองค์กร](https://www.tableau.com/th-th/pricing/teams-orgs)

เมื่อคุณเพิ่มผู้ใช้เข้าไปที่ไซต์บน Tableau Server หรือ Tableau Cloud โดยไม่ได้ขึ้นอยู่กับประเภทสิทธิ์การใช้งาน คุณต้องกำหนดสิทธิ์ในไซต์ให้ผู้ใช้ด้วย บทบาทในไซต์บ่งบอกระดับสูงสุดของการเข้าถึงที่ผู้ใช้มีในไซต์

ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์การใช้งาน Tableau Creator จะมีสิทธิ์เข้าถึง Tableau Server หรือ Tableau Cloud, Tableau Desktop, Tableau Prep Builder และ Tableau Mobile บทบาทในไซต์ต่อไปนี้ใช้สิทธิ์การใช้งาน Tableau Creator

<table class="table--plain"><thead><tr><th><p>บทบาทในไซต์</p></th><th><p>คำอธิบาย</p></th></tr></thead><tbody><tr><td><p>ผู้ดูแลเซิร์ฟเวอร์</p></td><td><p>ใช้ได้กับ Tableau Server เท่านั้น ใช้ไม่ได้กับ Tableau Cloud</p><p>กำหนดการตั้งค่า Tableau Server ไซต์ทั้งหมดบนเซิร์ฟเวอร์ ผู้ใช้และกลุ่มต่างๆ รวมถึงสินทรัพย์เนื้อหาทั้งหมด เช่น โปรเจกต์ แหล่งข้อมูล (รวมถึงข้อมูลการเชื่อมต่อ) เวิร์กบุ๊ก และโฟลว์<br></p><p>เชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ของ Tableau หรือข้อมูลภายนอกจากเบราว์เซอร์ <span class="mc-variable Variables.TabsProductDesktop variable">Tableau Desktop</span> หรือ Tableau Prep Builder เพื่อสร้างและเผยแพร่แหล่งข้อมูลและโฟลว์ใหม่ๆ รวมทั้งเขียนและเผยแพร่เวิร์กบุ๊ก<br></p></td></tr><tr><td><p>ผู้ดูแลไซต์ในฐานะ Creator</p></td><td><p>สิทธิ์ในการเข้าถึงแบบไม่มีข้อจำกัดไปยังเนื้อหาตามที่อธิบายไว้ข้างต้น แต่แค่ในระดับไซต์ เชื่อมต่อกับ Tableau หรือข้อมูลภายนอกในเบราว์เซอร์ <span class="mc-variable Variables.TabsProductDesktop variable">Tableau Desktop</span> หรือ Tableau Prep Builder เพื่อสร้างแหล่งข้อมูลใหม่ๆ รวมทั้งสร้างและเผยแพร่เนื้อหา</p><p>บน Tableau Server ผู้ดูแลระบบเซิร์ฟเวอร์สามารถระบุได้ว่าจะอนุญาตให้ผู้ดูแลไซต์สามารถจัดการผู้ใช้และกำหนดบทบาทในไซต์และสมาชิกในไซต์ได้หรือไม่ โดยค่าเริ่มต้นใน Tableau Server และ Tableau Cloud ผู้ดูแลไซต์จะได้รับอนุญาตให้มีความสามารถเหล่านี้เสมอ</p><p>นี่เป็นสิทธิ์ในการเข้าถึงระดับสูงสุดสำหรับ Tableau Cloud ผู้ดูแลไซต์มีสิทธิ์เข้าถึงการตั้งค่าการกำหนดค่าไซต์</p></td></tr><tr><td><p>Creator</p></td><td><p>เชื่อมต่อกับข้อมูลเพื่อเขียนแหล่งข้อมูลและแดชบอร์ดใหม่ๆ ซึ่งจะเผยแพร่และแชร์บน Tableau Server และ Tableau Cloud ผู้ดูแลข้อมูล (DBA หรือนักวิเคราะห์ข้อมูล) เผยแพร่แหล่งข้อมูล Creator รวมคำจำกัดความของกระบวนการ นโยบาย แนวทาง และความรู้ทางธุรกิจสำหรับการจัดการเมตาดาต้าในองค์กรโดยสอดคล้องกับข้อผูกมัดขององค์กรและ/หรือกฎระเบียบ</p><p>&nbsp;</p></td></tr></tbody></table>

ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์การใช้งาน Tableau Explorer จะมีสิทธิ์เข้าถึง Tableau Server หรือ Tableau Cloud และ Tableau Mobile บทบาทในไซต์ต่อไปนี้ใช้สิทธิ์การใช้งาน Tableau Explorer

<table class="table--plain"><thead><tr><th><p>บทบาทในไซต์</p></th><th><p>คำอธิบาย</p></th></tr></thead><tbody><tr><td><p>ผู้ดูแลไซต์ในฐานะ Explorer</p></td><td><p>สิทธิ์เข้าถึงการกำหนดค่าไซต์และผู้ใช้จะเหมือนกับผู้ดูแลไซต์ในฐานะ Creator แต่ไม่สามารถเชื่อมต่อกับข้อมูลภายนอกจากสภาพแวดล้อมการแก้ไขเว็บได้</p><p>เชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ของ Tableau เพื่อสร้างเวิร์กบุ๊กใหม่ๆ รวมถึงแก้ไขและบันทึกเวิร์กบุ๊กที่มีอยู่</p></td></tr><tr><td><p>Explorer (สามารถเผยแพร่ได้)</p></td><td><p>เผยแพร่เนื้อหาใหม่จากเบราว์เซอร์ เรียกดูและมีปฏิสัมพันธ์กับมุมมองที่เผยแพร่ ใช้ฟีเจอร์การมีปฏิสัมพันธ์ทั้งหมด ในสภาพแวดล้อมของการแก้ไขเว็บ สามารถบันทึกเวิร์กบุ๊กที่มีอยู่ และบันทึกแหล่งข้อมูลใหม่แบบสแตนด์อโลนจากการเชื่อมต่อข้อมูลที่ฝังอยู่ในเวิร์กบุ๊ก แต่ไม่สามารถเชื่อมต่อกับข้อมูลภายนอกและสร้างแหล่งข้อมูลใหม่ได้</p></td></tr><tr><td><p>Explorer</p></td><td><p>เรียกดูและมีปฏิสัมพันธ์กับมุมมองที่เผยแพร่ สามารถสมัครรับข้อมูลเนื้อหา สร้างการแจ้งเตือนที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่ของ Tableau และเปิดเวิร์กบุ๊กในสภาพแวดล้อมของการเขียนเว็บสำหรับการค้นหาเฉพาะกิจ แต่จะไม่สามารถบันทึกงานของตนเองได้</p><p>&nbsp;</p></td></tr></tbody></table>

ผู้ใช้ที่มีสิทธิ์การใช้งาน Tableau Viewer จะมีสิทธิ์เข้าถึง Tableau Server หรือ Tableau Cloud และ Tableau Mobile

<table class="table--plain"><thead><tr><th><p>บทบาทในไซต์</p></th><th><p>คำอธิบาย</p></th></tr></thead><tbody><tr><td><p>Viewer</p></td><td><p>ดูและมีปฏิสัมพันธ์กับตัวกรองและเนื้อหา และ Viewer สามารถรับการแจ้งเตือนที่ทริกเกอร์โดยเหตุการณ์ทางธุรกิจได้ด้วย</p></td></tr></tbody></table>

ผู้ใช้ที่ถูกเพิ่มเข้าไปใน Tableau Server หรือ Tableau Cloud โดยไม่มีสิทธิ์การใช้งานจะไม่ได้รับสิทธิ์การใช้งาน

<table class="table--plain"><thead><tr><th><p>บทบาทในไซต์</p></th><th><p>คำอธิบาย</p></th></tr></thead><tbody><tr><td><p>ไม่มีใบอนุญาต</p></td><td><p>ผู้ใช้ที่ไม่ได้รับสิทธิ์การใช้งานจะไม่สามารถลงชื่อเข้าสู่ระบบ Tableau Server หรือ Tableau Cloud ได้</p><p>&nbsp;</p></td></tr></tbody></table>

บทบาทในไซต์ที่มีสิทธิ์ในเนื้อหาจะกำหนดว่าใครที่จะสามารถเผยแพร่ มีปฏิสัมพันธ์ หรือดูได้เท่านั้นสำหรับเนื้อหาที่เผยแพร่ ตลอดจนกำหนดว่าใครที่จะสามารถจัดการผู้ใช้ในไซต์และดูแลระบบไซต์ของตนเองได้ ทีมโปรเจกต์ควรทำงานร่วมกันเพื่อกำหนดโมเดลสิทธิ์ในเนื้อหา ผู้ดูแลระบบ Tableau Server และ/หรือผู้ดูแลไซต์ จะกำหนดกฎของสิทธิ์ให้กลุ่มและล็อกไว้กับโปรเจกต์ โปรแกรมที่ล็อกไว้จะบังคับใช้กฎของสิทธิ์ในเนื้อหาทั้งหมดที่อยู่ในคอนเทนเนอร์ ซึ่งรวมถึงโปรเจกต์ที่ซ้อนกันได้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู[กำหนดสิทธิ์เริ่มต้นสำหรับโปรเจกต์และล็อกโปรเจกต์](https://help.tableau.com/current/online/th-th/projects_data_gov.htm#lock-perms)

Tableau มีกฎของสิทธิ์เริ่มต้นสำหรับโปรเจกต์ เวิร์กบุ๊ก และแหล่งข้อมูล หรือคุณจะกำหนดกฎของสิทธิ์ที่กำหนดเองสำหรับเนื้อหาประเภทเหล่านี้ด้วยตนเองก็ได้  

<table class="plain"><thead><tr><th><p>เทมเพลตกฎของสิทธิ์</p></th><th><p>คำอธิบาย</p></th></tr></thead><tbody><tr><td><p>หัวหน้าโปรเจกต์</p></td><td><p>ผสมผสานกับกฎของไซต์ที่เหมาะสม เพื่ออนุญาตให้ผู้ใช้หรือกลุ่มมีสิทธิ์อย่างเต็มที่ในการเข้าถึงโปรเจกต์ โปรเจกต์ย่อยของโปรเจกต์ และเนื้อหาที่เผยแพร่ไปยังลำดับชั้นของโปรเจกต์ดังกล่าว</p><p>&nbsp;</p></td></tr><tr><td><p>Editor</p></td><td><p>อนุญาตให้ผู้ใช้หรือกลุ่มเชื่อมต่อ แก้ไข ดาวน์โหลด ลบ และกำหนดสิทธิ์สำหรับแหล่งข้อมูลหรือเวิร์กบุ๊กในโปรเจกต์</p><p>&nbsp;</p><p>นอกจากนี้ยังสามารถเผยแพร่แหล่งข้อมูลได้ด้วย และหากพวกเขาเป็นเจ้าของแหล่งข้อมูลที่ตนเผยแพร่ ก็จะสามารถอัปเดตข้อมูลการเชื่อมต่อและกำหนดเวลารีเฟรชการแยกข้อมูลได้ สิทธิ์นี้เกี่ยวข้องกับมุมมองต่างๆ หากมุมมองที่พวกเขาเข้าถึงเชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูล</p><p>&nbsp;</p></td></tr><tr><td><p>ผู้เผยแพร่</p></td><td><p>อนุญาตให้ผู้ใช้หรือกลุ่มเผยแพร่เวิร์กบุ๊กและแหล่งข้อมูลไปยังโปรเจกต์</p><p>&nbsp;</p></td></tr><tr><td><p>ตัวเชื่อมต่อ</p></td><td><p>อนุญาตให้ผู้ใช้หรือกลุ่มเชื่อมต่อกับแหล่งข้อมูลในโปรเจกต์</p><p>&nbsp;</p></td></tr><tr><td><p>Viewer</p></td><td><p>อนุญาตให้ผู้ใช้หรือกลุ่มดูเวิร์กบุ๊กและมุมมองต่างๆ ในโปรเจกต์</p><p>&nbsp;</p></td></tr><tr><td><p>ไม่มี</p></td><td><p>กำหนดความสามารถทั้งหมดสำหรับกฎของสิทธิ์เป็น "ไม่ระบุ"</p><p>&nbsp;</p></td></tr><tr><td><p>ถูกปฏิเสธ</p></td><td><p>กำหนดความสามารถทั้งหมดสำหรับกฎของสิทธิ์เป็น "ปฏิเสธ"<br></p></td></tr></tbody></table>

สิทธิ์ที่กำหนดเองจะช่วยให้สามารถแยกการอนุญาตเป็นส่วนย่อย ตั้งแต่การเข้าถึงหรือการดาวน์โหลดแหล่งข้อมูลไปจนถึงวิธีที่ผู้ใช้มีปฏิสัมพันธ์กับเนื้อหาที่เผยแพร่ อินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายของ Tableau ทำให้การเชื่อมโยงผู้ใช้กับกลุ่มหน้าที่งาน การกำหนดการอนุญาตให้กลุ่ม และการดูว่าใครมีสิทธิ์เข้าถึงเนื้อหาใดกลายเป็นเรื่องง่าย สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู[กำหนดสิทธิ์ในทรัพยากรเนื้อหาระดับบุคคล](https://help.tableau.com/current/server/th-th/permissions.htm) หากมีการจัดการข้อมูล สิทธิ์สำหรับสินทรัพย์ภายนอกจะมีข้อควรพิจารณาเพิ่มเติม หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู[จัดการสิทธิ์สำหรับแอสเซทภายนอก](https://help.tableau.com/current/server/th-th/dm_perms_assets.htm)

  

![หน้าต่างสิทธิ์ของโปรเจกต์โดยไฮไลต์แถว “กลุ่ม”](/tableau/next/th-th/blueprint/th-th/Img/perms_projectwrkbkperms.png)

คุณควรสร้างกลุ่มบนเซิร์ฟเวอร์จากในเครื่องหรือนำเข้าจาก Active Directory/LDAP และซิงโครไนซ์ตามกำหนดเวลาที่ตั้งไว้ ([Windows](https://help.tableau.com/current/server/th-th/groups_create_adsync.htm) | [Linux](https://help.tableau.com/current/server-linux/th-th/groups_create_adsync.htm)) ผู้ดูแลระบบ Tableau Server และผู้ดูแลไซต์ของ Tableau Cloud จะเป็นผู้กำหนดเวลาการซิงโครไนซ์ หากต้องการลดความซับซ้อนในการบำรุงรักษา ให้กำหนดสิทธิ์สำหรับกลุ่มที่ระดับโปรเจกต์ตามที่แสดงด้านล่าง สำหรับ Tableau Cloud คุณสามารถ[สร้างระบบอัตโนมัติสำหรับการจัดเตรียมผู้ใช้และการซิงโครไนซ์กลุ่มใน Tableau Cloud ผ่านทางผู้ให้บริการข้อมูลประจำตัวภายนอก](https://help.tableau.com/current/online/th-th/scim_config_online.htm)ด้วย SCIM และเพิ่มหรือนำสมาชิกออกจากกลุ่มโดยใช้ [REST API](https://help.tableau.com/current/online/th-th/dev_resources.htm) แบบกำหนดโปรแกรม  

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู[การเริ่มต้นด่วนสำหรับการตั้งค่าสิทธิ์การอนุญาต](https://help.tableau.com/current/server/th-th/qs_permissions.htm) [กำหนดค่าโปรเจกต์ กลุ่ม และการอนุญาตสำหรับบริการตนเองที่ได้รับการจัดการ](https://help.tableau.com/current/server/th-th/projects_data_gov.htm) และ[การอ้างอิงการอนุญาต](https://help.tableau.com/current/server/th-th/permissions.htm)

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญสำหรับการให้สิทธิ์

- บทบาทขั้นต่ำในไซต์สำหรับการซิงโครไนซ์กลุ่ม Active Directory/LDAP หรือกลุ่ม SCIM คืออะไร
- คุณได้กำหนดสิทธิ์ทั้งหมดสำหรับกลุ่มผู้ใช้ทั้งหมดในโปรเจกต์เริ่มต้นให้เป็น "ไม่มี" หรือยัง
- กลุ่มผู้ใช้ทั้งหมดจำเป็นต้องมีข้อจำกัดที่ชัดเจน (ปฏิเสธสิทธิ์) ในการเผยแพร่ไปยังทุกบัญชีผู้ใช้หรือไม่
- คุณได้สร้างกลุ่มที่สอดคล้องกับชุดของความสามารถในการเขียนและการดูสำหรับแต่ละโปรเจกต์หรือยัง
- คุณได้ตรวจสอบสิทธิ์ที่มีผลบังคับใช้กับผู้ใช้บางรายเพื่อทดสอบโมเดลสิทธิ์ของคุณหรือยัง
- คุณได้ล็อกสิทธิ์ในโปรเจกต์หลักเพื่อรักษาความปลอดภัยในทุกลำดับชั้นของโปรเจกต์หรือยัง
- มีการสร้างชื่อผู้ใช้/รหัสผ่านของบัญชีบริการสำหรับแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่หรือยัง

### การตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา

การตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหาเป็นขั้นตอนแรกในชุดของเหตุการณ์ที่จะส่งผลให้เกิดการรับรองเนื้อหา ซึ่งก็คล้ายกับส่วนของคุณภาพข้อมูลในการกำกับดูแลข้อมูล การตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล การรวมกระบวนการต่างๆ เข้าด้วยกันเพื่อตรวจสอบว่าเนื้อหาดังกล่าวมีความถูกต้อง สมบูรณ์ เชื่อถือได้ มีความเกี่ยวข้อง และเป็นปัจจุบัน

บุคคลแรกที่จะตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหาควรเป็นผู้เขียน ผู้เขียนควรขอความคิดเห็นจากกลุ่มเป้าหมายด้วย ซึ่งสามารถทำได้ในกลุ่มความคิดเห็นแบบไม่เป็นทางการ หรือโดยการแชร์ลิงก์ไปยังเวิร์กบุ๊กและสนับสนุนให้แสดงความคิดเห็น นอกจากนี้ผู้ดูแลข้อมูลยังมีหน้าที่รับรองความถูกต้อง และตรวจสอบแหล่งข้อมูลแบบฝังในฐานะที่เป็นตัวเลือกที่มีศักยภาพสำหรับการเผยแพร่และรับรอง หากฝังแหล่งข้อมูลไว้ในเวิร์กบุ๊ก ผู้ดูแลข้อมูลควรพิจารณาว่าเป็นตัวเลือกที่มีศักยภาพสำหรับการเผยแพร่และการรับรองหรือไม่ นอกเหนือจากความถูกต้องของข้อมูลและการคำนวณแล้ว การตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหายังควรรวมถึงการตรวจสอบการสร้างแบรนด์ เค้าโครง การจัดรูปแบบ ประสิทธิภาพ ตัวกรอง การดำเนินการบนแดชบอร์ด และลักษณะของการทดสอบ Edge Case โดยบทบาทผู้ดูแลไซต์หรือบทบาทบนไซต์ของหัวหน้าโปรเจกต์  

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญสำหรับการตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา

- มีใครบ้างที่เกี่ยวข้องในกระบวนการตรวจสอบความถูกต้อง
- เวิร์กบุ๊กถูกต้อง สมบูรณ์ เชื่อถือได้ มีความเกี่ยวข้อง และเป็นปัจจุบันหรือไม่
- เนื้อหาใหม่แทนที่เนื้อหาที่มีอยู่หรือไม่
- ข้อมูลพื้นฐานและการคำนวณถูกต้องหรือไม่
- เวิร์กบุ๊กสะท้อนการสร้างแบรนด์ของบริษัทหรือไม่
- เวิร์กบุ๊กมีเค้าโครงแบบลอจิคัลหรือไม่
- แกนและตัวเลขทั้งหมดอยู่ในรูปแบบที่ถูกต้องหรือไม่
- แดชบอร์ดโหลดภายในเวลาที่มีประสิทธิภาพอันยอมรับได้หรือไม่
- ตัวกรองและการดำเนินการบนแดชบอร์ดทำงานตามที่คาดหวังในมุมมองเป้าหมายหรือไม่
- แดชบอร์ดยังคงมีประโยชน์ในลักษณะของการทดสอบ Edge Case (กรองทั้งหมด, ไม่มี, ค่าเดียว ฯลฯ) หรือไม่

### การเพิ่มระดับเนื้อหา

หลังจากที่ตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหาแล้ว จะมีการใช้กระบวนการเพิ่มระดับเนื้อหาเพื่อเผยแพร่เวิร์กบุ๊กไปยังตำแหน่งที่ตั้งของโปรเจกต์ที่น่าเชื่อถือหรือเพิ่มการกำหนดป้ายรับรองสำหรับแหล่งข้อมูลที่เผยแพร่หรือไม่ ตัวอย่างเวิร์กโฟลว์ของเวิร์กบุ๊กแสดงอยู่ด้านล่างนี้

![โฟลว์ชาร์ตแสดงขั้นตอนสำหรับการเผยแพร่เวิร์กบุ๊ก](/tableau/next/th-th/blueprint/th-th/Img/bp_governance_in_tableau_13.png)

เวิร์กโฟลว์ของเวิร์กบุ๊ก  

ผู้เขียนเนื้อหาจะเชื่อมต่อกับข้อมูล สร้างแดชบอร์ดใหม่ และเผยแพร่ไปยังโปรเจกต์แซนด์บ็อกซ์ ผู้ดูแลไซต์หรือหัวหน้าโปรเจกต์จะตรวจสอบความถูกต้องและอนุมัติเนื้อหา เนื้อหาที่อนุมัติจะเผยแพร่ไปยังโปรเจกต์ที่นำไปใช้จริง [Content Migration Tool](https://help.tableau.com/current/server/th-th/cmt-intro.htm) ที่ได้รับสิทธิ์การใช้งานในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งของ [Tableau Advanced Management](https://help.tableau.com/current/server/th-th/itm_intro.htm) จะมอบวิธีง่ายๆ สำหรับการเพิ่มระดับหรือการโยกย้ายเนื้อหาระหว่างโปรเจกต์ต่างๆ บน Tableau Server คุณดำเนินการนี้ระหว่างโครงการต่างๆ บนการติดตั้ง Tableau Server ที่แยกจากกัน (ยกตัวอย่างเช่น ระหว่างอินสแตนซ์การพัฒนาของ Tableau Server กับการติดตั้งผลิตภัณฑ์ด้วยการให้สิทธิ์อนุญาตที่เหมาะสมสำหรับแต่ละสภาพแวดล้อม) หรือระหว่างโปรเจกต์ต่างๆ บนการติดตั้ง Tableau Server รายการเดียว อินเทอร์เฟซผู้ใช้ Content Migration Tool จะพาคุณไปตามขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อสร้าง "แผนการโยกย้าย" ที่คุณสามารถใช้การทำงานครั้งเดียวหรือแบบเทมเพลตสำหรับการโยกย้ายหลายครั้งได้ หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีการใช้งาน โปรดไปที่[กรณีการใช้งาน Content Migration Tool](https://help.tableau.com/current/server/th-th/cmt-use-cases.htm)

หากข้อกำหนดของ IT กำหนดให้ต้องมีสภาพแวดล้อมที่ได้รับสิทธิ์การใช้งาน 3 รายการโดยแยกจากกัน (การพัฒนา การตรวจสอบคุณภาพ และการนำไปใช้จริง) พยายามอย่าทำซ้ำวงจรการพัฒนาแบบขั้นตอนชั้นน้ำตกดั้งเดิมกับแพลตฟอร์มการวิเคราะห์ที่ทันสมัย ผู้ใช้อาจเลือกสภาพแวดล้อมการตรวจสอบคุณภาพเพื่อเลี่ยงนโยบายที่เข้มงวดหรือชะลอการนำเนื้อหาไปใช้งานจริง ดังนั้นจึงสร้างสมดุลที่ดีในการทำงานได้โดยการโยกย้ายเนื้อหาไปยังเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้งานจริงแบบอัตโนมัติด้วยสคริปต์เวิร์กโฟลว์ที่กำหนดเองโดยใช้ REST API ของ Tableau  

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญสำหรับการเพิ่มระดับเนื้อหา

- มีใครบ้างที่เกี่ยวข้องในกระบวนการเพิ่มระดับ
- บทบาทที่เพิ่มระดับเนื้อหามีรายการตรวจสอบเกี่ยวกับเกณฑ์ที่จะประเมินหรือไม่
- คุณได้แยกอย่างชัดเจนระหว่างเนื้อหาที่ได้รับการรับรองกับเนื้อหาเฉพาะกิจโดยแบ่งตามโปรเจกต์หรือยัง
- กระบวนการมีความคล่องตัวต่อการรองรับการทำซ้ำและนวัตกรรมหรือไม่
- คุณมีเวิร์กโฟลว์สำหรับจัดการกับแหล่งข้อมูลและเวิร์กบุ๊กทั้งแบบโดยตรงและแบบจำกัดหรือไม่

### การรับรองเนื้อหา

หลังจากตรวจสอบความถูกต้องและเพิ่มระดับเนื้อหาแล้ว ก็จะได้รับสถานะผ่านการรับรองและเชื่อได้ เมื่อผู้ดูแลไซต์ หัวหน้าโปรเจกต์ หรือผู้เผยแพร่ (ผู้เขียนเนื้อหาหรือผู้ดูแลเนื้อหา) ที่มีสิทธิ์ในโปรเจกต์นำไปใช้จริง เพิ่มระดับเวิร์กบุ๊กหรือแหล่งข้อมูลไปยังตำแหน่งที่ตั้งที่กำหนด การรับรองทำให้เนื้อหาสามารถถูกค้นพบได้โดยผู้บริโภคเนื้อหา และเพิ่มความสามารถของผู้ดูแลเนื้อหาในการกำกับดูแลข้อมูลทั่วทั้งองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นใน Tableau โดยการลดการเพิ่มทวีของเวิร์กบุ๊กและแหล่งข้อมูลที่ซ้ำซ้อนกัน

ใช้ข้อกำหนดพื้นฐานที่กำหนดไว้ในข้อพิจารณาที่สำคัญสำหรับการตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา เป็นเกณฑ์ในการรับรอง ผู้เขียนเนื้อหาควรมีความเข้าใจอย่างชัดเจนเกี่ยวกับวิธีการทำงานของกระบวนการรับรองตั้งแต่ต้นจนจบ และผู้บริโภคเนื้อหาควรทราบว่ามีการเผยแพร่เนื้อหาที่ได้รับการรับรองที่ใดบ้างในโปรเจกต์การนำไปใช้จริง ตามที่กำหนดโดยมาตรฐานการจัดการเนื้อหาของคุณ

การรับรองแหล่งข้อมูลทำให้ผู้ดูแลข้อมูลสามารถเพิ่มระดับแหล่งข้อมูลที่เฉพาะเจาะจงในการปรับใช้ Tableau เป็นเชื่อถือได้และพร้อมใช้งาน แหล่งข้อมูลที่ได้รับการรับรองรับจะได้รับการปฏิบัติเป็นพิเศษในผลการค้นหาของ Tableau Server และ Tableau Cloud และในอัลกอริทึมการแนะนำแหล่งข้อมูลอัจฉริยะของเรา เพื่อให้สามารถค้นหาได้และนำมาใช้ซ้ำได้ง่ายขึ้น

![https://cdnl.tblsft.com/sites/default/files/blog/data\_source\_certification\_3new.png](/tableau/next/th-th/blueprint/th-th/Img/bp_governance_in_tableau_14.png)  
แหล่งข้อมูลที่ได้รับการรับรอง

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญสำหรับการรับรองเนื้อหา

- ใครที่รับผิดชอบต่อการกำหนดเนื้อหาที่ได้รับการรับรอง
- ตรงตามเกณฑ์ทั้งหมดที่จะได้รับสถานะการรับรองหรือยัง
- ป้อนข้อมูลในฟิลด์ทั้งหมดครบหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับ หมายเหตุการรับรอง แท็กต่างๆ

### การใช้ประโยชน์จากเนื้อหา

การใช้ประโยชน์จากเนื้อหาคือการวัดประสิทธิภาพการใช้ข้อมูลในการตัดสินใจทางธุรกิจ แต่ไม่สามารถบอกเล่าภาพที่สมบูรณ์ผ่านทางมุมมอง Traffic to Views เพียงอย่างเดียว การวัดการใช้ประโยชน์จากเนื้อหาจะช่วยให้การปรับใช้ของคุณสามารถปฏิบัติงานได้ตามขนาด และพัฒนาได้ด้วยการมีความเข้าใจในพฤติกรรมของผู้ใช้ที่สร้างและบริโภคเนื้อหา รวมถึงการมีความเข้าใจในคุณภาพและความเกี่ยวข้องของแดชบอร์ดและแหล่งข้อมูล เมื่อไม่มีการบริโภคเนื้อหา คุณก็จะทราบและดำเนินการขั้นตอนถัดไปที่เหมาะสมได้

ผู้ดูแลระบบ Tableau Server และผู้ดูแลไซต์ของ Tableau Cloud ควรตรวจสอบติดตามรูปแบบการใช้งานในวงกว้างด้วยมุมมองเริ่มต้นของผู้ดูแลระบบ สามารถสร้างมุมมองผู้ดูแลระบบที่กำหนดเองสำหรับข้อกำหนดที่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น สำหรับ Tableau Server จะสามารถทำได้ด้วยข้อมูลในที่เก็บของ Tableau Server ใน Tableau Cloud ผู้ดูแลเว็บไซต์มีสิทธิ์เข้าถึงฟีเจอร์[ติดตามตรวจสอบกิจกรรมในเว็บไซต์](https://help.tableau.com/current/online/th-th/to_adminview_section.htm)ด้วยมุมมองเริ่มต้นของผู้ดูแลระบบ และสามารถ[ใช้ข้อมูลเชิงลึกของผู้ดูแลสร้างมุมมองที่กำหนดเอง](https://help.tableau.com/current/online/th-th/adminview_insights.htm) ผู้ดูแลไซต์ควรวัดและตรวจสอบการใช้งานของเนื้อหาที่เผยแพร่ทั้งแบบได้รับการรับรองและเฉพาะกิจภายในไซต์ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าการใช้ประโยชน์จากเนื้อหาเฉพาะกิจสูงกว่าการใช้ประโยชน์จากเนื้อหาที่ได้รับการรับรองเป็นอย่างมาก ก็อาจจะเกิดจากการที่กระบวนการเพิ่มระดับมีความเข้มงวดมากเกินไปหรือใช้เวลานานเกินไปจนไม่ทันความต้องการของธุรกิจ

ผู้ดูแลไซต์ควรตรวจสอบการใช้ประโยชน์จากเนื้อหาในบริบทของกลุ่มเป้าหมายที่คาดหวังที่มีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรบนแท็บ[กรณีการใช้งานและแหล่งข้อมูลของ Tableau](https://help.tableau.com/v0.0/blueprint/th-th/bp_use_cases.htm) ของ[ตัววางแผน Tableau Blueprint](https://mkt.tableau.com/TableauBlueprintPlanner.xlsx) นอกจากนี้ครีเอเตอร์เนื้อหาแต่ละรายยังควรตรวจสอบการใช้ประโยชน์จากเนื้อหาของตนเองในเคล็ดลับเครื่องมือแบบสปาร์กไลน์โดยการเลื่อนเมาส์เหนือภาพขนาดย่อของเวิร์กบุ๊กหรือเลือก Who Has Seen This View จากเมนู สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดูที่[การวัดผลการมีส่วนร่วมและการปรับใช้ของผู้ใช้ Tableau](https://help.tableau.com/v0.0/blueprint/th-th/bp_measure_user_engagement.htm)  

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญสำหรับการใช้ประโยชน์จากเนื้อหา

- แต่ละมุมมองมีปริมาณการใช้งานเป็นอย่างไร
- คำนิยามของเนื้อหาเก่าคืออะไร มีการกำจัดเนื้อหาเก่าบ่อยแค่ไหน
- มีการใช้งานโดยอ้อมมากน้อยแค่ไหน (การแจ้งเตือนและการสมัครรับข้อมูล)
- การสมัครรับข้อมูลต่างๆ ส่งมอบข้อมูลตรงเวลาหรือไม่
- ขนาดกลุ่มเป้าหมายที่แท้จริงตรงกับความคาดหวังหรือไม่
- เนื้อหาเป็นไปตามเทรนด์รายสัปดาห์ รายเดือน รายไตรมาสหรือไม่
- มีการเข้าสู่ระบบบ่อยแค่ไหนหรือกี่วันนับตั้งแต่การเข้าสู่ระบบครั้งสุดท้ายของกลุ่มผู้ใช้
- การกระจายขนาดของเวิร์กบุ๊กและแหล่งข้อมูลคืออะไร

### บทสรุปการกำกับดูแลเนื้อหา

ตารางด้านล่างกำหนดสถานะที่เหมาะสมสำหรับการเพิ่มระดับและการกำกับดูแลเนื้อหาในการปรับใช้การวิเคราะห์ที่ทันสมัยและมีความก้าวหน้า

<table class="tablea--plain"><thead><tr><th><p>ด้าน</p></th><th><p>ผู้ดูแลระบบ IT/มืออาชีพด้าน BI</p></th><th><p>ผู้เขียนเนื้อหา</p></th></tr></thead><tbody><tr><td><p>การจัดการเนื้อหา</p></td><td><p>สร้างและบำรุงรักษาสภาพแวดล้อมสำหรับการจัดเก็บและการจัดระเบียบเนื้อหาที่เผยแพร่</p><p>&nbsp;</p></td><td><p>ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเนื้อหามีความเกี่ยวข้องกับไซต์หรือโปรเจกต์</p></td></tr><tr><td><p>ความปลอดภัยและสิทธิ์</p></td><td><p>รักษาความปลอดภัยให้เนื้อหาการวิเคราะห์และให้สิทธิ์ผู้ใช้เข้าถึงได้ในระดับที่เหมาะสมตามประเภทเนื้อหา ความอ่อนไหว และความต้องการของธุรกิจ ฯลฯ</p><p>&nbsp;</p></td><td><p>ปฏิบัติตามนโยบายการรักษาความปลอดภัยและสิทธิ์ในองค์กร</p></td></tr><tr><td><p>การตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหา</p></td><td><p>กำหนดกระบวนการที่จะระบุว่าการตรวจสอบความถูกต้องของเนื้อหานั้นถูกต้อง</p></td><td><p>เข้าถึงความสามารถของแพลตฟอร์มที่จะช่วยในการตรวจสอบความถูกต้องและการยืนยันความถูกต้องของเนื้อหาการวิเคราะห์ที่ผู้ใช้สร้างขึ้น</p><p>&nbsp;</p></td></tr><tr><td><p>การเพิ่มระดับเนื้อหา</p></td><td><p>กำหนดกระบวนการสำหรับการเพิ่มระดับเนื้อหา</p></td><td><p>เพิ่มระดับเนื้อหาในการวิเคราะห์ที่ตรวจสอบความถูกต้องแล้วไปยังสภาพแวดล้อมแบบรวมศูนย์ที่เชื่อถือได้ตามที่กำหนดโดยกระบวนการกำกับดูแล</p><p>&nbsp;</p></td></tr><tr><td><p>การรับรองเนื้อหา</p></td><td><p>กำหนดกระบวนการสำหรับการรับรองเนื้อหา</p></td><td><p>รับรองเนื้อหาว่า "เชื่อถือได้" และแยกออกจากเนื้อหาที่เชื่อถือไม่ได้ในสภาพแวดล้อมเดียวกัน</p><p>&nbsp;</p></td></tr><tr><td><p>การใช้ประโยชน์จากเนื้อหา</p></td><td><p>วัดรูปแบบการใช้งานในวงกว้างของทุกหน่วยธุรกิจในองค์กร</p></td><td><p>วัดและตรวจสอบการใช้เนื้อหาที่เผยแพร่และติดตามการใช้เนื้อหาที่เชื่อถือไม่ได้</p><p>&nbsp;</p></td></tr></tbody></table>