---
schema_version: "1"
id: 8e8ff948291255d61403c047d5ede1b038b202e9dc8f8663d90faca3bab8d357
title: เพิ่มประสิทธิภาพสำหรับการแยกข้อมูล
collection: tableau
version: current
locale: th-th
portal_url: https://docs.salesforce.com/tableau/current/th-th/server-linux/perf_optimize_extracts.md
canonical_url: https://help.tableau.com/current/server-linux/th-th/perf_optimize_extracts.htm
source_site: help.tableau.com
content_type: documentation
content_hash: 9bc56c5df609c66a361e1e2fe15e35d82a1e7b5efb0fe50c8fb55e77b40687cb
description: Optimize Tableau Server for environments with heavy extract refresh workloads.
---
[ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก](#main-content)

# เพิ่มประสิทธิภาพสำหรับการแยกข้อมูล

พยายามเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการแยกข้อมูลหากกำหนดการแยกข้อมูลมีผลสอดคล้องกับการใช้ทรัพยากรเป็นจำนวนมาก หรือหากการแยกข้อมูลใช้เวลานานกว่าจะดำเนินการเสร็จสมบูรณ์

## เมื่อใดที่ควรเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการแยกข้อมูล

### เกิดการใช้ CPU เป็นปริมาณสูงอย่างสอดคล้องกับกำหนดการแยกข้อมูล

ใช้แดชบอร์ดงานพื้นหลังของตัวอย่างเวิร์กบุ๊กประสิทธิภาพเพื่อดูจำนวนงานพื้นหลังที่ดำเนินการโดย Tableau Server อาทิ งานรีเฟรชการแยกข้อมูล แดชบอร์ดนี้จะแสดงระยะเวลาที่งานพื้นหลังถูกชะลอ หรือก็คือจำนวนเวลาเว้นห่างระหว่างเวลาที่งานพื้นหลังถูกวางกำหนดการไว้กับเวลาที่ดำเนินการจริง หากคุณเห็นว่ามีการชะลอนานเป็นพิเศษในเวลาใดเวลาหนึ่งของวันหรือหากมีหลายงานที่ทำงานพร้อมกัน ให้ลองกระจายกำหนดการงานออกไปเป็นหลายๆ เวลาของวันเพื่อลดภาระงานของเซิร์ฟเวอร์

![แผนภูมิจำนวนงานพื้นหลังที่เสร็จสมบูรณ์ในแต่ละนาที และความล่าช้าของงานสูงสุดเป็นนาทีสำหรับแต่ละชั่วโมง](/tableau/current/th-th/server-linux/th-th/Img/perf_workbook_background_jobs.png)

นอกจากนี้ให้นำเวลาที่มีงานพื้นหลังจำนวนมากหรือการชะลอเป็นเวลานานไปเทียบกับปริมาณการใช้ CPU ของเซิร์ฟเวอร์ ใช้แดชบอร์ด การใช้งาน CPU เพื่อแสดงเปอร์เซ็นต์ของการใช้งาน CPU ทั้งหมด และเปอร์เซ็นต์ของการใช้งาน CPU สำหรับแต่ละกระบวนการ เนื่องจากกระบวนการพื้นหลังมีหน้าที่เรียกใช้งานพื้นหลัง ส่วนนี้จึงเป็นกระบวนการแรกที่แสดงภาวะตึงเครียดเมื่อมีงานการรีเฟรชการแยกข้อมูลเป็นจำนวนมากหรือเมื่อมีงานการรีเฟรชการแยกข้อมูลที่ช้า สังเกตว่าการใช้ CPU ของกระบวนการพื้นหลังสูงถึง 100 เปอร์เซ็นต์เป็นเวลาสั้นๆ อย่างต่อเป็นระยะๆ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีงานรีเฟรชที่หนักหน่วงเกิดขึ้นในกำหนดการที่เกิดซ้ำเป็นประจำ

**หมายเหตุ**: เปอร์เซ็นต์การใช้ CPU ของกระบวนการหนึ่งๆ อาจซ้อนทบกันเพิ่มจนเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ได้เนื่องจากระบบจะวัดการใช้งานโปรเซสเซอร์สำหรับกระบวนการหนึ่งๆ สำหรับคอร์โปรเซสเซอร์ที่กำหนดเท่านั้น ในทางตรงกันข้าม ระบบจะวัดการใช้งาน CPU ทั้งหมดสำหรับคอร์โปรเซสเซอร์ทั้งหมด

![แผนภูมิเส้นและแผนภูมิแท่ง 5 แท่งที่แสดงการใช้งาน CPU ตามกระบวนการในแต่ละช่วงเวลา](/tableau/current/th-th/server-linux/th-th/Img/perf_workbook_cpu_usage.png)

### การแยกข้อมูลล้มเหลวหรือทำงานช้า

ใช้มุมมองสำหรับการดูแลระบบ[งานที่ดำเนินการในพื้นหลังสำหรับการแยกข้อมูล](https://help.tableau.com/current/server-linux/th-th/adminview_backgrnd.htm)เพื่อพิจารณาว่ามีการแยกข้อมูลเป็นจำนวนเท่าใดที่ล้มเหลวหรือการแยกข้อมูลใช้เวลานานเท่าใดจึงจะเสร็จสมบูรณ์ อาการล้มเหลวบ่อยอาจเป็นการบ่งบอกว่ามีปัญหาเกิดขึ้นกับแหล่งข้อมูลหนึ่งๆ

![กราฟอนุกรมเวลาแสดงจำนวนการแยกข้อมูลที่เรียกใช้บนเซิร์ฟเวอร์ในช่วงเจ็ดวันที่ผ่านมา ในขณะที่แผนภูมิแท่งแสดงจำนวนการแยกข้อมูลที่สำเร็จและล้มเหลวในแต่ละวัน](/tableau/current/th-th/server-linux/th-th/Img/adminview_extract.png)

## วิธีเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการแยกข้อมูล

เมื่อมีการใช้ CPU เป็นปริมาณสูงอย่างสอดคล้องกับกำหนดเวลารีเฟรชการแยกข้อมูลในลักษณะเดียวกับตัวอย่างก่อนหน้า คุณควรเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการแยกข้อมูล

### ปรับกำหนดเวลารีเฟรชการแยกข้อมูล

ใช้แดชบอร์ดงานพื้นหลังของตัวอย่างเวิร์กบุ๊กประสิทธิภาพเพื่อบ่งชี้เวลาที่ดีที่สุดในการเรียกใช้การแยกข้อมูล นอกเหนือจากการเรียกใช้การแยกข้อมูลในชั่วโมงที่มีปริมาณการใช้งานต่ำสุดของวันแล้ว คุณสามารถกระจายการรีเฟรชการแยกข้อมูลเพื่อลดภาระงานที่เกิดขึ้นพร้อมกันของเซิร์ฟเวอร์ได้เช่นกัน หากการรีเฟรชการแยกข้อมูลยังคงสร้างปัญหาอย่างต่อเนื่อง ให้ลดความถี่ของการรีเฟรชการแยกข้อมูลให้เหลือน้อยที่สุดด้วยวิธีต่างๆ ต่อไปนี้:

- วางกำหนดการแยกข้อมูลเป็นเวลาที่เซิร์ฟเวอร์ไม่ยุ่ง
- ลดความถี่ในการรีเฟรช

### เพิ่มความเร็วให้กับการแยกข้อมูลที่เจาะจง

ใช้มุมมองสำหรับการดูแลระบบ [งานที่ดำเนินการในพื้นหลังสำหรับการแยกข้อมูล](https://help.tableau.com/current/server-linux/th-th/adminview_backgrnd.htm) เพื่อระบุว่าการแยกข้อมูลใดที่ทำงานล้มเหลวหรือใช้เวลาทำงานนาน

- ลดขนาดของการแยกข้อมูลดังกล่าว คุณสามารถช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพของเซิร์ฟเวอร์ได้ด้วยการลดขนาดของชุดข้อมูลที่การแยกข้อมูลใช้ ซึ่งทำได้ด้วยการกรองหรือการรวม และจำกัดให้แคบลง ด้วยการซ่อนฟิลด์ที่ไม่ได้ใช้ เพื่อทำการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ให้ใช้ตัวเลือก Tableau Desktop ที่ชื่อซ่อนทุกฟิลด์ที่ไม่ได้ใช้และข้อมูลแบบรวมสำหรับมิติข้อมูลที่มองเห็นได้ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู[การสร้างการแยกข้อมูล](https://help.tableau.com/current/pro/online/th-th/extracting_data.htm)ในความช่วยเหลือของ Tableau
    
    หากต้องการดูเคล็ดลับทั่วไปในการสร้างเวิร์กบุ๊กที่ทำงานได้ดี ให้ค้นคำว่า “ประสิทธิภาพ” ในความช่วยเหลือของ Tableau หากต้องการดูว่าเวิร์กบุ๊กทำงานได้เป็นอย่างไรหลังจากที่เผยแพร่ไปยัง Tableau Server แล้ว คุณสามารถใช้วิธีสร้างการบันทึกประสิทธิภาพ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม โปรดดู [สร้างการบันทึกประสิทธิภาพ](https://help.tableau.com/current/server-linux/th-th/perf_record_create_server.htm)
- ใช้งานการรีเฟรชแบบเพิ่มหน่วย งานการรีเฟรชแบบเพิ่มหน่วยจะผนวกแถวใหม่ๆ ไปยังการแยกข้อมูลที่มีอยู่เดิมแทนการสร้างการแยกข้อมูลแบบเริ่มใหม่หมด การรีเฟรชการแยกข้อมูลประเภทนี้สามารถทำงานได้เร็วเนื่องจากจะดำเนินการเฉพาะกับข้อมูลที่ถูกเพิ่มเข้ามาใหม่นับจากครั้งสุดท้ายที่เรียกใช้งานการรีเฟรชการแยกข้อมูล อย่างไรก็ตาม การรีเฟรชนี้จะไม่ครอบคลุมถึงข้อมูลที่ถูกอัปเดตและไม่ได้ใช้วิธีผนวกไปยังแหล่งข้อมูล ดังนั้นหากคุณเรียกใช้งานการรีเฟรชแบบเพิ่มหน่วย คุณควรเรียกใช้งานการรีเฟรชแบบเต็มรูปแบบด้วยเป็นครั้งคราว ตัวอย่างเช่น คุณอาจเรียกใช้งานการรีเฟรชแบบเต็มรูปแบบสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งสำหรับแหล่งข้อมูลแทนการเรียกใช้ทุกวัน

### กำหนดค่าโหมดการดำเนินการสำหรับการรีเฟรชการแยกข้อมูล

เมื่อคุณสร้างกำหนดเวลารีเฟรชการแยกข้อมูล อย่าลืมตรวจดูให้แน่ใจว่าทำงานขนานกับโหมดการดำเนินการ เมื่อคุณเรียกใช้กำหนดการแบบขนาน กำหนดการจะเรียกใช้กระบวนการแบ็กกราวเดอร์ทั้งหมดที่มีแม้ว่ากำหนดการจะมีงานรีเฟรชเพียงงานเดียวก็ตาม เมื่อคุณเรียกใช้กำหนดการแบบต่อเนื่องกันเป็นลำดับ กำหนดการจะเรียกใช้บนกระบวนการแบ็กกราวเดอร์หนึ่งรายการ ตามค่าเริ่มต้นแล้ว โหมดการดำเนินการจะถูกตั้งค่าไว้เป็นคู่ขนานเพื่อให้งานรีเฟรชดำเนินการเสร็จโดยเร็วที่สุด

อย่างไรก็ตาม การตั้งค่าโหมดการดำเนินการให้ทำงานแบบต่อเนื่องกันเป็นลำดับจะเหมาะสมกว่าในบางสถานการณ์ ตัวอย่างเช่น คุณอาจตั้งค่าโหมดการดำเนินการเป็นแบบต่อเนื่องกันเป็นลำดับหากมีงานขนาดใหญ่งานหนึ่งขัดขวางไม่ให้เรียกใช้เรียกใช้กำหนดการอื่นๆ ได้เนื่องจากงานนั้นใช้กระบวนการแบ็กกราวเดอร์ทั้งหมดที่มีอยู่

### เพิ่มจำนวนกระบวนการแบ็กกราวเดอร์

กระบวนการแบ็กกราวเดอร์หนึ่งรายการสามารถใช้คอร์ CPU หนึ่งแบบเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ได้สำหรับบางงาน ซึ่งส่งผลให้อินสแตนซ์รวมทั้งหมดที่คุณต้องเรียกใช้จะขึ้นอยู่กับคอร์ที่พร้อมใช้งานของคอมพิวเตอร์ หากคุณติดตั้ง Tableau Server เอาไว้ในคลัสเตอร์และคุณเรียกใช้กระบวนการแบ็กกราวเดอร์บนโหนดแยก หลักปฏิบัติที่ดีคือให้ตั้งค่าจำนวนกระบวนการแบ็กกราวเดอร์ให้เท่ากับครึ่งหนึ่งของจำนวนคอร์และจำนวนคอร์ทั้งหมดของคอมพิวเตอร์ที่เรียกใช้กระบวนการแบ็กกราวเดอร์

หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการกำหนดค่า โปรดดู [กำหนดค่าโหนด](https://help.tableau.com/current/server-linux/th-th/config_nodes.htm)

### แยกกระบวนการออกจากกัน

หากคุณติดตั้ง Tableau Server ในคลัสเตอร์ คุณจะได้รับประโยชน์เป็นอย่างมากจากการย้ายกระบวนการแบ็กกราวเดอร์ไปยังโหนดแยกเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้งานทรัพยากรอย่างหนัก นั่นเป็นเพราะกระบวนการแบ็กกราวเดอร์ใช้งาน CPU อย่างหนักหน่วงมาก และการเรียกใช้กระบวนการนี้ในโหนดเดียวกันกับที่กระบวนการที่ใช้งาน CPU อย่างหนักหน่วงอื่นๆ ก็ทำงานอยู่ อาจส่งผลให้เซิร์ฟเวอร์ทำงานช้าได้ ตัวอย่างเช่น ทั้งกระบวนการ VizQL Server และกระบวนการเครื่องมือสำหรับข้อมูลอาจใช้งาน CPU อย่างหนักหน่วงได้ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกำหนดค่าสองโหนดได้ในหัวข้อ[การกำหนดค่าพื้นฐานที่แนะนำ](https://help.tableau.com/current/server-linux/th-th/server_baseline_config.htm#two-node)